พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก ตอนที่ 16 “สงคราม” ไม่ยุติสงคราม แต่มันยุติความเป็นมนุษย์ และสันติแผ่ความรัก
6 months ago By
ความเดิมตอนที่แล้ว เมื่อพิธีสยุมพรสิ้นสุดลง การจัดเตรียมพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าชายสิทธัตถะกับเจ้าหญิงยโสธราจึงเริ่มขึ้น หากแต่แผนงานทุกอย่างกลับต้องมลายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อพระเจ้าประสันชิต กษัตริย์แห่งเมืองโกสัน ต้องการประกาศพระบรมเดชานุภาพ ด้วยการรุกรานเข้ายึดดินแดนต่างๆ โดยเฉพาะดินแดนของราชวงศ์ศากยะ พิธีแต่งงานจึงถูกแทนที่ด้วยพิธีแต่งทัพเพื่อทำสงครามทันใด ท่ามกลางความเห็นชอบต่อการทำสงครามของสมาชิกราชวงศ์ศากยะ กลับมีเพียงมกุฎราชกุมารสิทธัตถะที่เกิดความหวาดหวั่นในจิตใจ แต่ด้วยสติปัญญาที่เฉียบแหลม พระองค์ยังสามารถวางแผนการรบได้อย่างชาญฉลาด หากแต่เมื่อการตายของปันเทพ ผู้เป็นสายลับ ปรากฏขึ้นต่อสายตาของเจ้าชายสิทธัตถะเป็นครั้งแรก กลับทำให้จิตใจของพระองค์ยิ่งเกิดความหวั่นไหวและสับสนอย่างรุนแรง ระหว่างความกล้าหาญและความเวทนาที่มีอยู่ในจิตใจ จนมิอาจควบคุมได้ พระองค์จะตัดสินพระทัยอย่างไรต่อไป? ...ติดตามได้ใน TV Recap ซีรีส์พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก ตอนที่ 16

1601


พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก ตอนที่ 16
ในที่สุดสงครามก็มาถึง ระหว่างที่พระเจ้าสุทโธทนะกำลังปลอบประโลมพระนางปชาบดีไม่ให้กังวลพระทัย เลาสิกาเข้ามากราบทูลว่าเจ้าชายสิทธัตถะทรงขี่ม้าออกไปแต่เช้า ไม่รู้ว่าไปไหน พระเจ้าสุทโธทนะทรงเป็นกังวลมาก แต่พระนางปชาบดีทรงเชื่อมั่นในตัวเจ้าชายสิทธัตถะและตรัสปลอบพระทัยพร้อมทั้งให้พรฝ่าบาทก่อนออกรบ

1602


อีกด้านหนึ่ง พระนางมังคลาอวยพรเจ้าชายเทวทัตให้ประสบชัยชนะ ขณะเดียวกันก็ชี้แจงความคาดหวังว่าอยากได้ยินข่าวการตายของเจ้าชายสิทธัตถะ แต่เจ้าชายเทวทัตยังมีจิตสำนึกและตรัสว่าจะไม่ขอใช้กลโกงกับเจ้าชายสิทธัตถะ แต่หากในสนามรบเจ้าชายสิทธัตถะถูกข้าศึกล้อมไว้ ก็จะไม่ขอไปช่วย ทันใดนั้นพระเจ้าโธโตทนะก็เข้ามาขัดว่าตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าชายสิทธัตถะหายไปไหนแต่เช้า

1603


พระเจ้าสุทโธทนะ นำทัพออกไปยังชายแดน กระจายกำลังประจำการบนยอดเขาตามแผนการที่วางไว้ พระเจ้าสุทโธทนะตรัสถามพระเจ้าอมิโตทนะ ผู้เป็นน้องชาย ถึงกำลังพลทั้งหมดของศากยะ พระเจ้าอมิโตทนะตรัสตอบว่าตอนนี้กำลังพลทั้งหมดมากันเกือบครบแล้ว และจะสมูรณ์พร้อมก่อนพลบค่ำ ยกเว้นกองทัพของพระเจ้าทันธปณี แห่งเมืองโกลิยะ พระเจ้าสุทโธทนะเคลือบแคลงพระทัยจึงตรัสถามเหตุผล พระเจ้าทันธปณี ตรัสตอบว่าเป็นเพราะสะพานข้ามแม่น้ำพังทลาย และสั่งการให้ทหารเร่งสร้างสะพานใหม่ให้แล้วเสร็จจากนั้นจึงจะเดินทัพมาสมทบ (อันที่จริงจงใจไม่ส่งทหารมาช่วย) พระเจ้าสุทโธทนะจึงรับสั่งให้ดำเนินตามแผนที่วางไว้ และรับสั่งเตรียมเปิดศึกในวันรุ่งขึ้น

1604


ค่ำวันนั้น พระนางปชาบดี ทรงกังวลพระทัยมาก เพราะไม่ได้ข่าวเจ้าชายสิทธัตถะที่หายตัวไปทั้งวัน เลาสิกากราบทูลว่า เมื่อคืนก่อนเจ้าชายสิทธัตถะได้เห็นการตายเป็นครั้งแรก ฉันนะบอกว่า ปันเทพ ผู้ส่งสารเมืองโกสัน ตายในอ้อมแขนของเจ้าชายเมื่อคืนนี้ และมีข่าวว่าเจ้าชายรับสั่งทิ้งท้ายว่าจะหยุดยั้งสงครามจากนั้นก็หายตัวไป พระนางมังคลาพูดจากวนน้ำให้ขุ่นเหมือนเดิม ทำให้พระนางอมิตา และพระนางปชาบดีกังวลพระทัยมากขึ้น

1606


วันรุ่งขึ้น เจ้าชายเทวทัตไปจับม้าของเมืองโกสัน เท่ากับเป็นการประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ พระเจ้าประสันชิตรับสั่งให้เคลื่อนทัพทันที ในที่สุดทั้งสองฝ่ายก็เปิดฉากบุกโจมตีกัน เจ้าชายสิทธัตถะทรงขี่ม้ามาเห็นการห้ำหั่นกันพอดี ทันใดนั้นเจ้าชายสิทธัตถะก็ทอดพระเนตรเห็นภาพเหตุการณ์ล่วงหน้าในญาณทิพย์ (อันเป็นผลจากการทำสมาธิภาวนามานาน) เป็นภาพเหตุการณ์พระเจ้าสุทโธทนะกำลังจะเพลี่ยงพล้ำ

1607


ต่อมาพระเจ้าสุทโธทนะกำลังนำทัพบุก กองทัพศากยะได้เปรียบในที่สูงจู่โจมด้วยอาวุธหนักเครื่องยิงหิน ธนู หอก และลูกไฟ กองทัพโกสันโดนโจมตีอย่างหนัก พระเจ้าประสันชิตรับสั่งให้บุกกระหน่ำชิงพื้นที่ยอดเขาให้ได้ แต่ก็ไม่สำเร็จ ศัตรูกำลังเสียเปรียบ พระเจ้าสุทโธทนะจึงเร่งนำกองทัพบุกโจมตีต่อเนื่องเข้าฟาดฟันกับฝ่ายตรงข้าม ในที่สุดพระเจ้าสุทโธทนะก็ได้ประจัญหน้ากับพระเจ้าประสันชิต ส่วนเจ้าชายเทวทัตดวลดาบกับพันทูล แม่ทัพโกสัน

1610


แต่ไม่ทันไร แม่ทัพพันทูลก็ชิ่งไปรุมพระเจ้าสุทโธทนะ เจ้าชายเทวทัตจะเข้าไปช่วยพระเจ้าสุทโธทนะ แต่พระเจ้าโธโตทนะห้ามไว้และบอกให้ประจำที่ของตนไป ปล่อยให้พระเจ้าประสันชิตช่วยกำจัดพระเจ้าสุทโธทนะให้ ไม่ทันไร พระเจ้าสุทโธทนะก็พลาดท่าเสียทีเนื่องจากโดนรุม พระเจ้าประสันชิตรับสั่งให้พระเจ้าสุทโธทนะยอมก้มหัวร้องขอชีวิต แต่พระเจ้าสุทโธทนะไม่ยอมแถมยังรับสั่งให้ปลิดชีพพระองค์เสียดีกว่า ทันใดนั้นเจ้าชายสิทธัตถะก็ยิงธนูปักข้อพระหัตถ์ของพระเจ้าประสันชิต แล้วก็เป่าแตรเรียกทัพช้างออกมาล้อมข้าศึก กองทัพโกสันเจอเสียงช้างร้องดังกังวานก็ไม่กล้าสู้ต่อ ถึงทีพระเจ้าสุทโธทนะเสนอให้พระเจ้าประสันชิตยอมจำนนบ้าง แต่พระเจ้าประสันชิตขอสู้ตายแล้วก็ยกดาบฟาดฟันต่อ แต่เจ้าชายสิทธัตถะเข้ามาห้ามไว้

1608


เจ้าชายสิทธัตถะตรัสว่า "หยุดการนองเลือดได้แล้ว หยุดสงครามแห่งศักดิ์ศรีได้แล้ว พวกท่านจะได้อะไรขึ้นมา ไม่มีใครได้อะไรจากสงครามหรอก ไม่เคยมี สงครามมีแต่แพร่ความเกลียดชัง ไม่จบไม่สิ้น ไม่เคยมีใครเอาชนะในสงครามได้ มีแต่ผู้คนต้องล้มตาย แม้แต่ผู้ชนะก็ต้องทนทุกข์ทรมาน ต้องสูญเสียคนสำคัญของบ้านเมืองไป บ้านเมืองหยุดเดิน ต้องเสียเวลาของความก้าวหน้า เรามาสู้กันทำไมเนื่ย เพื่อแผ่นดินที่ไม่มีวันเป็นของเราอย่างนั้นหรอ"

พระเจ้าประสันชิต ตรัสตอบว่า "เรายอมตายได้เจ้าชาย แต่เสียศักดิ์ศรี เราไม่ยอม"
เจ้าชายสิทธัตถะ จึงตรัสถามว่า "งั้นท่านต้องไขปริศนานี้แล้ว เจ้าเมืองโกสัน ศักดิ์ศรีของท่านจะไม่แปดเปื้อน และถ้าหากเราหยุดการนองเลือด หยุดสงครามครั้งนี้ได้ อนาคตข้างหน้ามนุษย์อย่างพวกเรา จะได้ไม่ถูกมองว่าเป็นมารร้าย"
พระเจ้าประสันชิต ตรัสเสนอว่า "ข้ามีแค่ข้อเดียว ซึ่งจะปกป้องศักดิ์ศรีของทั้งสองอาณาจักร ข้ามีข้อเสนอ นักรบที่เก่งที่สุดของเรา จะต้องออกมาประลองธนูกัน ใครยิงเข้าเป้าถือว่าเป็นผู้ชนะ ศากยะจะยอมรับหรือไม่?"

1611


เหล่าทหารแห่งศากยะต่างคัดค้านเพราะคิดว่าตอนนี้กองทัพโกสันไม่อยู่ในสถานะที่จะมาต่อรอง เนื่องจากกองทัพโกสันพ่ายแพ้ไปแล้ว แต่เจ้าชายสิทธัตถะยอมรับข้อเสนอนี้ และขอเลือกเป้ายิงเป็นมงกุฏที่อยู่บนศีรษะตัวพระองค์เองและมงกุฏบนศีรษะของพระเจ้าประสันชิต โดยตรัสว่า "มงกุฏเป็นสัญลักษณ์ของพระราชา ทำไมเราไม่ใช้มันเป็นเป้าเล่า มงกุฏท่านบนศีรษะข้า และมงกุฏข้าบนศีรษะท่าน มือธนูที่เก่าที่สุดของกองทัพเราจะเป็นคนยิงเป้า ใครยิงถูกเป้าจะเป็นผู้ชนะ"

พระเจ้าประสันชิต ยอมรับข้อเสนอ แต่ให้เจ้าชายสิทธัตถะยืนเป็นเป้าก่อน จากนั้นก็มอบมงกุฏให้เจ้าชายสิทธัตถะสวม พระเจ้าสุทโธทนะทรงเป็นกังวลว่าเจ้าชายสิทธัตถะจะพลาดโดนธนูยิง แต่เจ้าชายสิทธัตถะทรงตัดสินใจเด็ดเดี่ยวและตรัสว่า "มีชีวิตที่เสียไปมากมาย อีกแค่ชีวิตเดียวคงไม่เป็นไรหรอก และถ้าหากว่าข้าชนะ อีกหลายร้อยหลายหมื่นชีวิตจะปลอดภัย"

1612


เจ้าชายสิทธัตถะมอบความไว้วางใจให้เจ้าชายเทวทัตเป็นผู้ยิงธนูตัวแทนนักรบศากยะ พระเจ้าโธโตทนะรีบเข้ามากระซิบข้างหูให้เจ้าชายเทวทัตฉวยโอกาสฆ่าเจ้าชายสิทธัตถะ แต่พระเจ้าสุทโธทนะตรัสให้กำลังใจว่า "ศักดิ์ศรี ความกล้า และเกียรติยศของศากยะ อยู่ในมือเจ้าแล้ว วันนี้เจ้าจะเป็นวีรบุรุษ หรือเจ้าจะเป็นคนทรยศ" พอตรัสจบ เจ้าชายเทวทัตก็เดินไปตั้งท่าเตรียมยิงระหว่างนั้นภาพความทรงจำระหว่างตัวพระองค์กับเจ้าชายสิทธัตถะในอดีต รวมถึงคำพูดของทุกคน ก็ประดังถาโถมเข้ามา

1613


ในเสี้ยววินาทีนั้นเจ้าชายเทวทัตก็ยิงธนูโดนมงกุฏบนศีรษะเจ้าชายสิทธัตถะพอดีเป๊ะ กองทัพศากยะต่างโห่ร้องสรรเสริญด้วยความยินดีว่า "เจ้าชายเทวทัตจงเจริญ" พระเจ้าสุทโธทนะทรงสวมกอดเจ้าชายสิทธัตถะและเจ้าชายเทวทัต ทั้งยังตรัสชมเจ้าชายเทวทัต ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เจ้าชายเทวทัตได้รับคำชื่นชมยอมรับจากพระเจ้าสุทโธทนะ ทำให้เจ้าชายเทวทัตรู้สึกปลื้มพระทัยมาก แต่เมื่อถึงคราวที่พระเจ้าประสันชิตสวมมงกุฏของเจ้าชายสิทธัตถะ และให้แม่ทัพพันทูลเป็นตัวแทนมายิงธนู ปรากฏว่าแม่ทัพพันทูลไม่กล้ายิง และแม้พระเจ้าประสันชิตจะรับสั่งประกาศให้ทหารคนอื่นมารับหน้าที่นี้ แต่ก็ไม่มีใครกล้า ทำให้กองทัพโกสันต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

1614


สุดท้ายพระเจ้าประสันชิตยอมรับความพ่ายแพ้อย่างลูกผู้ชาย ทรงคุกเข่าและตรัสกับพระเจ้าสุทโธทนะว่า "ฝ่าบาท ไม่ว่าพระราชาจะกล้าหาญแค่ไหน แต่ความแข็งแกร่งที่แท้จริงคือกองทัพของเขา ข้ายอมรับความพ่ายแพ้ ท่านคือผู้ชนะ" ขณะนั้นมีทหารนายหนึ่งชักดาบเข้ามาหมายฟาดฟันประหารชีวิตพระเจ้าประสันชิต แต่พระเจ้าสุทโธทนะทรงห้ามไว้ และรับสั่งให้เจ้าชายสิทธัตถะเป็นผู้ตัดสินชะตาของพระเจ้าประสันชิต

1615


เจ้าชายสิทธัตถะทรงตรัสตอบว่า "อภัย และ สันติ ยุติสงครามและให้อภัยศัตรู" เมื่อเป็นเช่นนี้ พระเจ้าสุทโธทนะจึงเชิญให้พระเจ้าประสันชิตลุกขึ้นยืน พร้อมกับตรัสว่า "ข้ารู้วิธีเชิดชูนักรบศากยะ มหาโกสัน พ่อของเจ้าเป็นยอดนักรบ ข้าจะไว้ชีวิตเจ้าเพราะเห็นแก่เค้า ข้ามีเงื่อนไขสองข้อประสันชิต เจ้าต้องรับผิดชอบความสูญเสียจากสงคราม และต้องรับปากข้าว่าเจ้าจะไม่บุกเราอีก" พระเจ้าประสันชิตรับปากด้วยคำสาบาน

1616


จากนั้นเจ้าชายสิทธัตถะก็ตรัสขอของขวัญจากข้อตกลงนี้เพิ่ม โดยตรัสว่า "อาวุธที่ท่านนำมาทั้งหมดนี้ ข้าขอเถอะนะ อาวุธทั้งหมดนี้ของท่าน ต้องไม่ใช้เข่นฆ่าใครอีกแล้ว ข้าจะหลอมมันรวมกันและเขียนเป็นข้อความไว้ที่ชายแดน ว่า สงครามไม่ยุติสงคราม แต่มันยุติความเป็นมนุษย์ และสันติแผ่ความรัก"

พระเจ้าประสันชิต ยอมมอบอาวุธให้เจ้าชายสิทธัตถะ และตรัสว่า "เจ้าช่างแตกต่างจากศากยะคนอื่นนัก" จากนั้นกองทัพศากยะต่างก็แซ่ซ้องโดยพร้อมเพรียงว่า "เจ้าชายสิทธัตถะจงเจริญ"

...โปรดติดตามตอนต่อไป...

ช่วงท้าย ท่าน ว.วชิรเมธี ได้มาให้ข้อคิดดังนี้... การผูกมิตรกับศัตรู หรือ การทำศัตรูให้กลายเป็นมิตร คือการพิชิตศัตรูที่ให้ผลอย่างยั่งยืน การยุติสงครามโดยใช้สันติวิธี คือยุทธวิธีที่เจ้าชายสิทธัตถะทรงนำมาใช้อย่างได้ผล

 

วรรคทอง วรรคธรรม ซีรีส์พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก ตอนที่ ๑๖
มหาตมะ คานธี เคยกล่าวเอาไว้ว่า
การแก้ปัญหาด้วยการใช้ยุทธวิธี ตาต่อตา มีแต่จะทำให้ตาบอด
ฟันต่อฟัน มีแต่จะทำให้ฟันหัก ดังนั้นเราจึงไม่ควรแก้ไขความขัดแย้งด้วยความรุนแรงในทุกๆกรณี


อย่าพลาดชมซีรีส์ พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00 น. ทางทรูโฟร์ยู ดิจิตอลฟรีทีวี ช่อง 24 พร้อมข้อคิดข้อธรรมโดยท่าน ว.วชิรเมธี

%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b2