พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก ตอนที่ 15 “ความตาย” หลีกเลี่ยงไม่ได้
9 months ago By
ความเดิมตอนที่แล้ว พิธีสยุมพร หรือ พิธีเลือกคู่ของเจ้าหญิงยโสธรา ผ่านไปอย่างลุ้นระทึก เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะต้องเข้าสู่สนามประลองอีกครั้งกับเจ้าชายเทวทัต เพื่อช่วงชิงสิทธิในการเป็นคู่ครองของราชธิดาแห่งกรุงเทวทหะ หากแต่ในการนี้ เจ้าชายสิทธัตถะกลับตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบด้วยอาการบาดเจ็บอันเกิดจากพระเมตตาที่ทรงเข้าช่วยเหลือชาวนาผู้เดือดร้อน โดยมิใยดีถึงวรรณะของพระองค์เองแม้แต่น้อย ทำให้เกือบจะพ่ายแพ้ในการประลอง แต่ด้วยหัวใจที่กล้าหาญและความรักที่มั่นคงต่อเจ้าหญิงยโสธรา ทำให้พระองค์ลุกขึ้นต่อสู้จนเป็นฝ่ายครอบครองเจ้าหญิงยโสธราได้สำเร็จ แล้วเส้นทางความรักของทั้งสองพระองค์จะพบเจอกับอุปสรรคเช่นใดอีกหรือไม่? ...ติดตามได้ใน TV Recap ซีรีส์พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก ตอนที่ 15

1501


พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก ตอนที่ 15
ณ เมืองโกสัน หลังจากเสร็จสิ้นพิธีอัศวเมธ พระเจ้าประสันชิต ทรงนำเลือดมาป้ายหัวม้า และปล่อยม้าวิ่งออกไป ขณะที่ในกรุงกบิลพัสดุ์ พระนางปชาบดี และ พระนางอมิตา รับสั่งให้ราชครูกูรูวาชัสบดีหาฤกษ์มงคลแต่งงานให้แก่เจ้าชายสิทธัตถะและเจ้าหญิงยโสธรา ปรากฏว่าได้ฤกษ์จัดงานในอีก 7 วันหลังจากนี้ พระเจ้าสุทโธทนะและทุกคนต่างร่วมแสดงความยินดี พระเจ้าสุทโธทนะทรงรับสั่งให้แจ้งข่าวประกาศไปให้ทั่วและเชิญพระราชาทั่วอินเดียให้มาร่วมงานครั้งนี้ สักพักสายลับของฝ่าบาทก็มาเข้าเฝ้า

1502


สายลับอารยักกราบทูลแจ้งข่าวร้ายว่า พระเจ้าประสันชิต เจ้าเมืองโกสัน ทำพิธีอัศวเมธสำเร็จแล้ว และตั้งใจส่งม้าตรงมายังอาณาจักรศากยะ มีเพียงสองทางเลือก หากไม่รับอำนาจสูงสุดของเขา หรือไม่ก็ต้องทำสงคราม พระเจ้าสุทโธทนะทรงเลือกทำสงคราม พร้อมกับรับสั่งให้สายลับทุกคนเฝ้าระวังจับตาดูม้าของเมืองโกสัน สายลับอารยักจึงกราบทูลว่าตอนนี้ม้าอยู่ห่างกรุงกบิลพัสดุ์ไปอีก 7 วัน ซึ่งตรงกำหนดวันงานแต่งงานพอดี

1503


พระเจ้าสุทโธทนะ รับสั่งให้ยกเลิกส่งเทียบเชิญงานแต่ง แล้วเปลี่ยนเป็นให้ส่งเทียบเชิญเจ้าเมืองอื่นๆ ให้มาร่วมทำสงครามแทน พร้อมกับรับสั่งให้เลื่อนงานวิวาห์ออกไป และให้เตรียมพร้อมรับศึกกับเมืองโกสัน ส่วนงานวิวาห์นั้นจะจัดขึ้นหลังสงครามยุติ ทุกคนต่างเห็นพ้องด้วย จากนั้นฝ่าบาทก็ทรงเรียกประชุมราชวงศ์ศากยะ

1504


ระหว่างที่ เจ้าชายสิทธัตถะ กับ เจ้าหญิงยโสธรา กำลังประทับนั่งคุยกันสองต่อสอง ทันใดนั้น ฉันนะ ก็เข้ามากราบทูลว่ามีข่าวร้ายงานแต่งต้องเลื่อนออกไปก่อนอีกสองสามวัน เพราะว่าพระเจ้าประสันชิตทำพิธีอัศวเมธและปล่อยม้าออกมาแล้ว สงครามจะเริ่มเมื่อม้ามาถึงกรุงกบิลพัสดุ์ เจ้าหญิงยโสธราทรงเศร้าพระทัยที่ได้ฟังข่าวนี้ หลังจากเจ้าชายสิทธัตถะแยกตัวออกไป เจ้าชายเทวทัตก็เข้ามาพูดจากวนใจให้เจ้าหญิงยโสธราขุ่นข้องหมองใจเป็นกังวลมากยิ่งขึ้น

1505


ในการประชุมราชวงศ์ศากยะ พระเจ้าสุทโธทนะรับสั่งให้ทุกคนรับรู้ถึงสถานการณ์สงครามกับพระเจ้าประสันชิต เจ้าเมืองโกสัน มีเพียงสองทางเลือก หากไม่รับอำนาจสูงสุด ก็ต้องทำสงคราม ในที่ประชุมเกิดการโต้เถียงกันยกใหญ่ พระเจ้าทันธปณี เสนอให้ยอมรับมิตรภาพของพระเจ้าประสันชิต เพื่อรักษาสมับติและชีวิตของทุกคน แต่เสียงส่วนใหญ่สนับสนุนให้ทำสงคราม เพราะไม่ต้องการยอมรับความเป็นทาส ขณะเดียวกัน เจ้าชายสิทธัตถะเสนอให้ทำสัญญาสงบศึก แต่พระเจ้าสุทโธทนะทรงแย้งว่าคนที่เข้าใจความสันติ ย่อมไม่ทำพิธีอัศวเมธ จากนั้นฝ่าบาทก็ประกาศทำสงคราม และรับสั่งให้ยกทัพประชิดชายแดนทันที

1506


ณ ค่ายทหารกองทัพเมืองโกสัน พระเจ้าปเสนทิโกศล เข้าสวามิภักดิ์กับพระเจ้าประสันชิต และเตรียมการบุกอาณาจักรศากยะ พร้อมกับส่งสาส์นลับให้สายลับนำไปมอบให้พระเจ้าทันธปณี (ซึ่งเป็นไส้ศึกร่วมกับพระเจ้าโธโตทนะ) ไม่ให้ส่งกองทัพมาช่วยพระเจ้าสุทโธทนะ

1507


ทางด้านพระนางมังคลา แสร้งทำพิธีทุบมะพร้าวปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายอยู่หน้าวัง พระนางปชาบดีมาเห็นเข้า ก็ตรัสถามด้วยความสงสัย พระนางมังคลา จึงพูดจาเสียดสีต่อว่าเจ้าหญิงยโสธราว่าเป็นสิ่งอัปมงคลชักนำสงครามมาสู่บ้านเมือง เจ้าหญิงยโสธรา เดินมาได้ยินพอดีก็วิ่งร้องไห้ขึ้นวังไป แต่ไม่ทันดูให้ดีดันไปเหยียบเศษมะพร้าวตำเท้าเป็นแผลเลือดไหลตามรายทาง พระนางมังคลาก็ต่อว่าซ้ำเติมว่า โบราณว่าลูกสะใภ้ ก้าวข้ามประตูเอาเท้าจุ่มสีแดงชาด แต่เจ้าหญิงยโสธราก้าวข้ามประตูด้วยเท้าที่โชกเลือด พระนางปชาบดีฟังแล้วก็ไม่พอพระทัย แต่ก็ไม่ได้สนใจอันใด เดินเข้ามาปลอบเจ้าหญิงยโสธราว่าไม่ต้องไปฟังคำพูดของพระนางมังคลา

1508


ระหว่างที่ พระเจ้าสุทโธทนะกับเจ้าชายสิทธัตถะ กำลังทอดพระเนตรศาสตราวุธในคลังแสง สายลับมารายงานว่าบัดนี้ม้าของเมืองโกสันเข้ามาถึงเขตอาณาจักรศากยะแล้ว พระเจ้าสุทโธทนะจึงรับสั่งกำหนดยุทธศาสตร์วางแผนการรบ วางจุดระดมพลเข้าตี ในตอนนี้กองทัพเมืองโกสันอยู่ที่ตีนเขานอกเขตชายแดนกบิลพัสดุ์ พระเจ้าสุทโธทนะทรงรับสั่งให้จัดทัพรออยู่ในพื้นที่ราบด้านใน แต่เจ้าชายสิทธัตถะทรงเสนอให้ยกทัพไปประชิดชายแดนอยู่บนยอดเขา ซึ่งเป็นชัยภูมิที่ได้เปรียบ ทำให้ได้เปรียบในการโจมตี

ทุกคนต่างเห็นพ้องกับแผนการนี้ พระเจ้าสุทโธทนะขอบคุณเจ้าชายสิทธัตถะที่ช่วยวางแผนการรบ แต่เจ้าชายสิทธัตถะมอบความดีความชอบให้แก่อาจารย์โกณฑัญญะที่สอนวิชาพิชัยสงครามให้ และยังสอนด้วยว่า "เราควรป้องกันไม่ให้เกิดสงครามให้นานที่สุด เพราะสงครามมีแต่การทำลายล้าง" จากนั้นก็พยายามโน้มน้าวให้ฝ่าบาททรงใช้สันติวิธี แต่พระเจ้าสุทโธทนะไม่สนพระทัย พระองค์รับสั่งให้เดินทัพวันรุ่งขึ้นทันที จากนั้นก็เสด็จกลับ

1509


อีกด้านหนึ่ง ปันเทพ ที่แอบสืบข่าวจากเมืองโกสันแล้วเดินทางมาบอกกับเจ้าชายสิทธัตถะ พอมาถึงเมืองกบิลพัสดุ์ก็แอบเห็น พระเจ้าทันธปณี แอบรับสาส์นจากสายลับของพระเจ้าประสันชิต และได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจึงรู้ว่าพระเจ้าทันธปณีเป็นไส้ศึก แต่ไม่ทันไร เจ้าชายเทวทัตก็มาเจอเสียก่อน ปันเทพพยายามอธิบายว่าตนปรารถนาดีต่อเมืองกบิลพัสดุ์ และได้มอบสาส์นลับให้เจ้าชายเทวทัตได้ดู แต่สุดท้ายเจ้าชายเทวทัตก็ฆ่าปิดปากปันเทพ

1510


พระเจ้าทันธปณี มาเห็นเหตุการณ์พอดี เจ้าชายเทวทัตจึงขู่ว่าจะเปิดโปงเรื่องนี้ แต่พระเจ้าทันธปณี พูดโน้มน้าวให้เจ้าชายเทวทัตยอมร่วมมือกันโค่นล้มพระเจ้าสุทโธทนะ โดยหากสำเร็จจะเสนอให้เจ้าชายเทวทัตเป็นรัชทายาท และจะมอบเจ้าหญิงยโสธราให้ เจ้าชายเทวทัตได้ฟังก็รู้สึกสับสน แต่ก็ยอมส่งมอบสาส์นลับคืนให้

1511


ต่อมา เจ้าชายสิทธัตถะ กับ ฉันนะ ก็มาเจอ ปันเทพ นอนบาดเจ็บปางตาย เจ้าชายสิทธัตถะพยายามจะช่วยแต่ก็ไม่ทัน ก่อนสิ้นใจ ปันเทพพยายามบอกคำว่า ทัน (มาจากคำว่า ทันธปณี) แล้วก็ชี้ไปที่เจ้าหญิงยโสธรา แต่เจ้าชายสิทธัตถะยังไม่ทันรู้ว่าหมายถึงอะไร ปันเทพก็สิ้นใจไปเสียก่อน เจ้าชายสิทธัตถะไม่รู้ว่าปันเทพตายแล้ว เพราะตั้งแต่เล็กจนโตพระองค์ถูกปิดกั้นไม่ให้รับรู้ว่าความตายคืออะไร? ฉันนะจึงต้องกราบทูลบอกความจริงว่าปันเทพไม่มีชีวิตแล้ว ทำให้เจ้าชายสิทธัตถะได้รู้จักกับความตายเป็นครั้งแรก เจ้าหญิงยโสธรา ตรัสชี้แนะด้วยความเศร้าว่า "ความตายหลีกเลี่ยงไม่ได้ เจ้าอาจไม่เคยเห็น แต่ต้องเคยได้ยินจากครูของเจ้า หรือว่าอ่านเจอในคัมภีร์"

1512


เจ้าชายสิทธัตถะได้ฟังแล้วก็ยิ่งเกิดความสับสนจึงตรัสถามว่า "แต่ว่าชีวิตจะทิ้งร่างของตัวเองได้ยังไงกัน" เจ้าหญิงยโสธราทรงย้ำว่ามันคือความจริง ฉันนะกราบทูลเสริมว่า "ท่านจะต้องเห็นอีกมาก ศพของคนที่ท่านรู้จักและไม่รู้จักในสนามรบ ท่านต้องต่อสู้เพื่อปกป้องบ้านเมือง กบิลพัสดุ์ฝากความหวังกับท่าน ท่านต้องทำศึกครั้งนี้" เจ้าชายสิทธัตถะรับรู้ดังนี้ก็ยิ่งโกรธเกรี้ยวไม่อยากทำสงคราม และไม่ต้องการฆ่าใครทั้งนั้น จากนั้นเจ้าชายสิทธัตถะก็วิ่งหายไป

1513


เจ้าชายสิทธัตถะ วิ่งหนีเข้าไปในป่า ในจิตใจของพระองค์นึกถึงคำพูดของฉันนะ สักพักเจ้าชายก็หยุดอยู่ที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง จากนั้นก็หันมาเห็นเป็นเทวทูตตนหนึ่งมีรูปร่างสีฟ้าเหมือนน้ำนั่งร้องไห้อยู่ เจ้าชายสิทธัตถะจึงเดินมาหา พอเข้ามาใกล้เจ้าชายก็ตกพระทัยเพราะเห็นเป็นคนรูปร่างหน้าตาเหมือนพระองค์มาก เทวทูตตนนั้นจึงบอกว่า "ข้าคือเจ้า จิตสำนึกของเจ้า ความสงสาร ความห่วงใย ความเวทนา ข้าคือน้ำ ข้าคือดิน ข้าคือเวทนา ข้าคือภาพมายา และทั้งหมดนี้ทำให้เกิดความรัก"

1501b


ทันใดนั้นก็มีเทวทูตอีกตนมีรูปร่างเป็นไฟปรากฏตัวขึ้นบอกว่า "และข้าก็คือเจ้าด้วย ส่วนข้าคือไฟ ข้าคืออากาศ ข้าคือความโกรธ และความริษยา ข้าคือศักดิ์ศรี มันทำให้เกิดความกล้า ทำให้เจ้ากล้าทำเรื่องกล้าหาญ ทั้งหมดนี้ทำให้มนุษย์ประสบความสำเร็จได้"

เทวทูตน้ำแย้งว่า "ความกล้าคือความมืดบอด มันทำให้เจ้าทำสิ่งที่ผิด" เจ้าชายสิทธัตถะได้ฟังก็สับสนว่าพระองค์ทำสิ่งใดผิด เทวทูตน้ำได้ชี้แจงอีกว่าการที่เจ้าชายได้บอกกลยุทธ์การรบให้พระเจ้าสุทโธทนะ เจ้าชายจึงเป็นส่วนหนึ่งของความผิด
เทวทูตไฟแย้งว่า "เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิดเลย สงครามเป็นสิ่งจำเป็น ชัยชนะคือหน้าที่ของนักรบ นั่นแหละคือสิ่งที่เจ้าทำลงไป"
เทวทูตน้ำแย้งว่า "สงครามสร้างแต่ความวินาศ เจ้ารู้ดี"
เทวทูตไฟค้านว่า "แต่สงครามยังให้ความสำเร็จ และเรื่องนี้เจ้าเองก็รู้ดีนี่"
เทวทูตน้ำ บอกว่า "ทำไมต้องร้องไห้กับการตายของปันเทพ ทำไมเจ้าถึงร้อนใจเล่า"
เทวทูตไฟ ชี้ว่า "เจ้าภูมิใจที่บอกแผนการรบกับพวกเขา"
เทวทูตน้ำ พูดว่า "ผลลัพธ์ของสงครามคือศพนับไม่ถ้วน ความเศร้าโศกของเครือญาติ บาดแผลที่ไม่มีวันหาย"
เทวทูตไฟ บอกว่า "โลกภาพมายา ความสงสาร ความเห็นใจ ทำให้เจ้ามีความรู้สึก มันจะเบี่ยงเบนเจ้าจากเป้าหมาย"
เทวทูตน้ำ ย้ำว่า "ไฟนี้ ความโกรธนี้ จะแผดเผาเจ้า อย่าไปฟังเขานะ"
เทวทูตไฟ โน้มน้าวว่า "เจ้าต้องคิดถึงตัวเจ้าเองสิ"
เทวทูตน้ำ แย้งว่า "เจ้าต้องคิดถึงพระเจ้าสิ"

หลังจากนั้น เทวทูตสองตน ก็หายวับเข้าไปในตัวเจ้าชายสิทธัตถะ

...โปรดติดตามตอนต่อไป...

ช่วงท้าย ท่าน ว.วชิรเมธี ได้มาให้ข้อคิดดังนี้... การเข้าไปมีส่วนร่วมกับสงคราม และการได้เห็นความตายครั้งแรก ทำให้เจ้าชายสิทธัตถะทรงเห็นถึงด้านมืดของ ยศ ทรัพย์ อำนาจ ที่ใครต่อใครต่างก็อยากจะได้ ใคร่จะมี แต่สำหรับพระองค์แล้ว สองสิ่งนี้กลับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พระองค์ทรงหันกลับมาตั้งคำถามถึงแก่นสารของชีวิต

 

วรรคทอง วรรคธรรม ซีรีส์พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก ตอนที่ ๑๕
สงครามเริ่มต้นที่ใจ และจบที่ใจ หากจะยุติสงคราม ก็ต้องยุติที่ใจคน


อย่าพลาดชมซีรีส์ พระพุทธเจ้า มหาศาสดาโลก ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00 น. ทางทรูโฟร์ยู ดิจิตอลฟรีทีวี ช่อง 24 พร้อมข้อคิดข้อธรรมโดยท่าน ว.วชิรเมธี

%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b2