อัพเดทข่าวสารความบันเทิงทั่วโลก สดใหม่ทุกวัน
รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ Autumn In My Heart เวอร์ชั่นไทย ชมย้อนหลังก่อนใคร! และอ่านเรื่องย่อที่นี่
10 months ago By

TV : www.TrueLife.com
เรื่องย่อละคร


       มายลกันจะจะ กับฝีมือการกำกับของโปรดิวเซอร์สุดติส อนันดา เอเวอริงแฮม ที่ประเดิมซีรีส์รีเมคเรื่องนี้เรื่องแรก และชมฝีมือการแสดงขั้นเทพของพระเอกสุดหล่อ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี ที่จะควงคู่กับ นางเอกสาวหวาน ออม สุชาร์ มานะยิ่ง ในซีรีส์ดราม่าสุดซึ้ง Autumn In My Heart รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ เวอร์ชั่นไทย ออกอากาศเรียกน้ำตาให้ท่วมจอกันแล้ว ช่อง True Asian Series (True Visions ช่อง 64)  และสามารถติดตามชมได้ ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ เวลา 21.00-22.00น. นอกจากนี้ยังสามารถชม RERUN : ทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 12.00น. ช่อง True 10 อีกสัปดาห์ละ 2 ตอน! 


ดูช่อง ทรูเท็น (True 10) ออนไลน์ที่นี่
 (ชมความชัดระดับ Hi และ HD กรุณา log in)

 

       พิเศษสุดๆ สามารถติดตามชมซีรีส์ Autumn In My Heart รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ เวอร์ชั่นไทย ย้อนหลัง! แบบด่วนจี๋ก่อนใคร!!! อีกทั้งรับชมในระบบความคมชัดแจ๋วสูงสุดถึง 1080p ได้ที่นี่ 

 

ชมย้อนหลัง รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ : Autumn In My Heart ตอนที่ 1 และ 2 ฟรีที่นี่

ชมย้อนหลัง รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ : Autumn In My Heart ทุกตอนแบบ Full HD จาก Digital RAMA ได้ที่นี่


เรื่องย่อ รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 1

พาทิน เด็กชายตัวน้อย มองผ่านกระจกใสที่กั้นระหว่างโถงทางเดินกับห้องเด็กแรกเกิด เขาเห็นเด็กแรกเกิดหลายคนนอนอยู่ในเปลพลาสติก เรียงไปเป็นแถว แต่ละคนจะมีป้ายชื่อเขียนติดไว้ที่แท่นวางเปลให้รู้ใครเป็นใคร ขณะพ่อที่กำลังอุ้มพาทิน ชี้ให้ดูน้องสาวแรกเกิด พาทิน ก็มองเด็กหญิงตัวจิ๋ว ด้วยสายตาสงสัย จากนั้นพ่อวางพาทินลง และเดินไปที่ห้องทะเบียนที่อยู่ใกล้ๆ พยาบาลในห้องเด็กแรกเกิดเปิดประตูเดินออกจากห้อง เธอเดินไปพลางมองเอกสารที่อยู่ในมือไปพลาง พาทินเดินเตาะแตะเข้าไปในห้องเด็กแรกเกิดที่ประตูเปิดค้างเอาไว้ และเดินไปที่แท่นวางเปลพลาสติก เขาเอื้อมมือไปถูกป้ายชื่อที่ติดไว้ที่แท่น มันหล่นลงที่พื้น เขามองและหยิบมันขึ้นมา มองซ้ายมองขวาสับสนประสาเด็กที่ยังไม่ประสีประสา เขาเห็นแท่นข้างๆ มีป้ายแบบเดียวกันติดไว้ เขาเดินเข้าไปหยิบออกมา มองดูป้ายทั้งคู่ในมือ ป้ายอันหนึ่งหลุดจากมือหล่นลงบนพื้น เขาเลยโยนอีกอันที่ยังอยู่ในมือทิ้งไป ขณะนั้น พยาบาลเดินกลับเข้ามาในห้อง เก็บป้ายชื่อที่หล่นขึ้นมาและติดเอาไว้ที่แท่นวางเปลเหมือนเดิม เธอวางสลับตำแหน่งมันโดยที่ไม่รู้ตัว ก่อนที่จะอุ้มพาทินเดินออกจากห้องไป ...

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก พาทิน เติบโตเป็นเด็กหนุ่มวัย 16 ปี  ขณะที่ พิชชา กลายเป็นสาวน้อยวัย 14 ปี ทั้งคู่เรียนที่เดียวกัน และขี่จักรยานไป-กลับโรงเรียนด้วยกัน เป็นประจำทุกวัน ที่โรงเรียน พาทิน เป็นขวัญใจของบรรดาสาวๆ และพิชชา ก็มักจะถูกไหว้วานจากบรรดาเพื่อนสาว ให้ช่วยเอาของไปให้ พาทิน อยู่เสมอ จนมีวันหนึ่ง พาทินนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวในสุดของห้องใกล้หน้าต่าง เขากำลังวาดรูป ทำพู่กันตก ก่อนที่จะก้มลงไปเก็บ ทันใดนั้น มีเด็กสาวคนหนึ่ง ชื่อ วรากร เดินเข้ามาร้องไห้ และอุทานว่า "พาทิน คนใจดำ" ทำเอา พาทิน ถึงกับอึ้ง! จากนั้น วรากร เพิ่งสังเกตเห็นว่า พาทิน ก็อยู่ในห้อง เธอจึงเขินอาย ต่อมา พิชชา เดินมา มือข้างหนึ่งถือกระเป๋าเรียน ส่วนอีกข้างถือกล่องของขวัญสีส้ม เธอมองกล่องในมือ มีสีหน้าลำบากใจ ขณะที่ในห้อง วรากร สารภาพว่าเธอชอบ พาทิน แต่พาทิน ปฏิเสธไปว่า "ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว" วรากรรู้สึกเสียใจวิ่งออกไป จากนั้น พิชชา ที่ยืนอยู่หน้าห้อง ก็เข้ามายื่นกล่องของขวัญให้พาทิน พร้อมกับบอกว่า "มีคนฝากมาให้" พาทิน ก็รับมาโยนลงไปในถังใส่น้ำล้างพู่กันทันที! พร้อมกับเดินอารมณ์เสียออกไป พิชชา มองตาม ไม่รู้จะทำยังไงต่อ เด็กสาวอีกสองคนวิ่งเข้ามา ก็พบว่า ของขวัญของตนลงไปอยู่ในถังน้ำล้างพู่กัน

จากนั้น พาทิน ก็รีบไปขี่จักรยานกลับบ้าน ขณะที่ พิชชา ตามมาติดๆ พาทิน หันไปมองเธอเป็นระยะๆ พิชชาขี่จักรยานอย่างเก้ๆ กังๆ เพราะเธอยังขี่ไม่คล่อง พาทินจึงจอดรถรอพิชชาที่ขี่ตามมา ทั้งคู่ลงเดินจูงจักยานแทน พิชชาจึงบอกว่า "จริงๆเธอไม่ชอบทำแบบนี้ แต่รุ่นพี่ขอร้องให้ช่วยเอาของมาให้พี่ทิน ถ้าพี่ไม่ชอบ ทำไมไม่หาแฟนซะเลยล่ะ" พาทิน จึงหันมาและบอกว่า "คราวนี้ จะยกโทษให้" จากนั้นทั้งคู่ก็เดินจูงจักรยานกลับบ้าน หยอกล้อเล่นกัน พิชชา พยายามถามว่า พาทิน แอบชอบใคร แต่พาทิน ก็หลอกให้เป่ายิ้งฉุบ เพราะพิชชาไม่เคยเป่ายิ้งฉุบชนะพาทินเลย แต่ไม่นานฝนก็ตกลงมา ทั้งคู่รีบขี่จักรยานฝ่าสายฝน ไปหลบใต้ชายคาประตูหน้าบ้านร้าง จากนั้น พิชชา ก็ลุกขึ้นรูดซิบกระโปรงนักเรียนถอดมันออก เห็นสลิปที่สวมไว้ข้างใน พาทิน เห็นเธอทำแบบนั้นก็ตกใจ เขารีบลุกขึ้นเอาตัวบังเธอไว้ พิชชา เอากระโปรงนักเรียนไปตากอยู่อานจักรยาน พาทิน อมยิ้ม แอบมองลูกไม้ที่ปลายกระโปรงซับในของเธอ เขาหัวเราะเบาๆ พิชชา หันกลับมาเห็น พาทินหัวเราะ ไม่ตอบอะไร เขายื่นมือไปรองหยดน้ำฝนที่ตกจากชายคาเล่น พิชชาเห็นเข้าก็เอาอย่าง ยื่นมือไปรับหยดน้ำฝนแบบเดียวกับเขา ทั้งคู่หัวเราะมีความสุข หลังจากนั้นทั้งคู่ก็กลับบ้านอยู่กับครอบครัวกันพร้อมหน้า คุยหยอกล้อเล่นกันอย่างสนุกสนาน เป็นครอบครัวอันแสนอบอุ่น พอวันรุ่งขึ้น ทั้งคู่ก็ขับจักรยานไปโรงเรียนด้วยกัน ทว่า ในวันนี้ พาทิน ได้เจอกับ แพน นักเรียนสาวรุ่นน้องห้องเดียวกับ พิชชา แพนเข้ามาขอให้ พาทิน วาดรูปให้ แต่ พาทิน ไม่ยอมวาดให้ หลังจากนั้น เมื่อถึงเวลาเรียน ครูประจำชั้นห้องเรียนของพิชชา และ แพน ก็ประกาศว่า แพน สอบได้เอทุกวิชา พร้อมกับให้ทุกคนโหวตหัวหน้าห้อง ปรากฏว่า พิชชา ได้เป็นหัวหน้า ส่วน แพน เป็นรองหัวหน้าห้อง แพนไม่ค่อยพอใจเท่าไร พอเลิกเรียนกลับบ้าน มาบอกแม่ สุนทรี ว่า ตนเองสอบได้เอหมดทุกวิชา แม่ก็ไม่ค่อยสนใจ... 


ชมย้อนหลัง รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ : Autumn In My Heart ตอนที่ 1 และ 2 ฟรีที่นี่

ชมย้อนหลัง รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ : Autumn In My Heart ทุกตอนแบบ Full HD จาก Digital RAMA ได้ที่นี่


เรื่องย่อ รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 2

ครอบครัววชิรวิทย์ มีทั้ง พงศกร และ พจนินท์ พ่อแม่ของ พิชชา และ พาทิน นั่งอยู่ฟากหนึ่งของโต๊ะ ขณะที่ สุนทรี และ แพน นั่งอยู่อีกฟากหนึ่ง ครูประภัทสรนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ทุกคนหารือเรื่องกิจกรรมที่ทางโรงเรียนจะจัดขึ้น จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ครอบครัววชิรวิทย์นั่งรถกลับ ส่วน สุนทรี และ แพน เดินกลับบ้าน หลังจากถึงบ้าน พิชชา และ พาทิน นั่งเล่นที่สนามหน้าบ้าน กินของว่างกัน พิชชาก็ยกแก้วขึ้นมาเล่นสมมติเป็นตัวเธอกับพาทิน ขณะที่ พาทิน ก็มองดูอย่างเอ็นดู จากนั้นทั้งคู่ก็ไปโยนบอลเล่นกัน ส่วน พงศกร และพจนินท์ ต่างก็รู้สึกไม่สบายใจเมื่อรู้ว่ากรุ๊ปเลือดของ พิชชา ไม่ตรงกับของทั้งคู่ พอเช้าวันรุ่งขึ้น พิชชา และ พาทิน ก็เตรียมไปโรงเรียนเหมือนเดิม แต่คราวนี้ พาทิน ให้ พิชชา ซ้อนท้ายจักรยานไป เพราะเห็นว่า พิชชา ยังรู้สึกไม่ค่อยสบาย ส่วน แพน ก็รีบวิ่งหนีไม้เรียวแม่สุนทรี ไปโรงเรียน  ระหว่างทางไปโรงเรียน พาทินขี่จักรยานมีพิชชาซ้อนท้าย นักเรียนบ้างเดิน บ้างขี่จักรยาน ระหว่างทางประปราย พิชชา และ พาทิน คุยกันสนุกสนาน ยิ่งใกล้โรงเรียน นักเรียนก็หนาตาขึ้น พาทินขี่เข้าประตูโรงเรียนไป แพนเดินเลี้ยวมา เธอเห็นทั้งคู่ผ่านหน้าไป แพนมองทั้งคู่ด้วยความรู้สึกหลายอย่างผสมปนเปกัน และอิจฉาที่พิชชามีพร้อมทุกอย่าง 

พอถึงช่วงพักกลางวัน พิชชา และเพื่อนๆก็จับกลุ่มกินข้าวกัน เพื่อนๆต่างมารุมดูกล่องข้าวของพิชชา เพราะกล่องข้าวฝีมือแม่ของพิชชา ดูน่ากินมาก จนเพื่อนซีคนหนึ่งที่ชื่อ กิ่งเทียน ขอแลกกข้าวกล่องกับพิชชา แต่พอจังหวะที่ พิชชา ลุกขึ้นจะไปหยิบน้ำดื่ม ก็ดันไปชนกับแพน ทำให้ข้าวกล่องของแพน หล่นกระจายเต็มพื้น แพน มองข้าวกล่องของตัวเอง ทั้งอายและเจ็บใจ และเดินออกไป เมื่อถึงตอนเลิกเรียน นักเรียนชายหญิง บ้างเดิน บ้างขี่จักรยาน ต่างทยอยกลับบ้าน แพนเดินออกจากประตูโรงเรียน ก้าวไปตามทางอย่างเซ็งๆ สายตาของเธอเหลือบไปเห็น พงษ์ พี่ชายตัวแสบที่ยืนดักรออยู่ แพน เดินเลี่ยง หนีไปอีกทาง พงษ์ วิ่งตามมาคว้าแขนของแพน แต่เธอยื้อดึงกลับ พงษ์ ดึง แพน ไปที่มุมกำแพงโรงเรียน พิชชา เดินออกจากรั้วโรงเรียน เห็นทั้งคู่ยื้อยุดกันอยู่ พงษ์ พยายามไถเงินจาก แพน และเงื้อมือขึ้นจะตีแพน พิชชา ก็รีบวิ่งเข้ามายื้อห้ามไว้! พร้อมกับยื่นเงินให้พงษ์ แพน ตกใจที่ พิชชา เข้ามาเกี่ยว เธอปัดมือของทั้งคู่ ทำให้เงินหล่นลงบนพื้น พงษ์ ก้มลงเก็บเงินแล้ววิ่งหนีไป แพน จ้ำเดินร้องไห้ออกไป พิชชา ได้แต่ยืนมองไม่รู้จะทำอย่างไร 

หลังจากนั้น พงศกร ขับรถมาตามทาง แพน วิ่งข้ามถนนไม่มองทาง พงศกรเบรครถ แพนตกใจ ค้อมหัวขอโทษและวิ่งต่อ แต่ พงศกร เรียกไว้และพามานั่งคุยที่ม้าหินริมบึง ถามถึงสาเหตุที่แพนร้องไห้ แต่แพนก็ไม่ได้บอกอะไร พงศกร พยายามถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ของแพน จึงได้รู้ว่าชีวิตของแพนค่อนข้างลำบากมาก แพน ก็รู้สึกสงสัยกับท่าทีที่ดูเป็นห่วงของพงศกร จากนั้น พงศกร ก็พาแพนไปกินข้าวที่ร้านอาหาร แพนนั่งกินอาหารที่พงศกรสั่งมาอย่างอร่อย พงศกร ดูพอใจที่แพนมีความสุข เขาเติมน้ำอัดลมในแก้วที่พร่องของเธอ พงศกร พา แพน กลับบ้าน ระหว่างรถติดไฟแดงที่แยก แพนมองไปที่ร้านขายของเล่นที่อยู่ริมถนน พงศกรสังเกตเห็นเขามองตาม เห็นสายตาของเธอหยุดที่ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ที่โชว์หน้าร้าน ส่วน พจนินท์ ก็ตัดสินใจแวะมาสอดส่องบ้านของสุนทรี แต่ไม่กล้าเดินเข้าไป ขณะเดียวกัน รถของพงศกรวิ่งเข้ามาจอดที่ปากทางเข้า แพนลงจากรถ พจนินท์ แอบมองตามแพนที่ท่าทางดีใจ แพน เดินมาตามทางพักหนึ่ง นึกขึ้นได้ถึงตุ๊กตาหมีในมือ ยืนตัดสินใจอยู่พักหนึ่งจึงเดินเลี่ยงไปอีกทาง สุนทรี เดินออกจากร้านมาทิ้งขยะ เห็นรถของพงศกรที่วิ่งแล่นออกไป เธอสงสัย ส่วน แพน เห็นแม่ยืนอยู่หน้าบ้าน รีบเดินเข้าทางหลังบ้าน พจนินท์ ยิ่งสับสนในใจมากขึ้น หลังจากเข้าบ้านไป แพน ก็ใจจดจ่อเล่นกับตุ๊กตาหมี แต่ทว่า แม่สุนทรี ก็เรียกใช้ให้ออกมาช่วยเสิร์ฟฟอาหาร จังหวะนั้น สุนทรี เห็นตุ๊กตาหมีตัวนั้น ก็ถามแพนว่าได้มาจากไหน แพนหลุดปากบอกไปว่า พ่อของพิชชาซื้อให้ สุนทรีก็โมโหโกรธว่า ทำไมแพนถึงต้องไปรับของคนอื่น จากนั้นก็หยิบตุ๊กตาหมีจะไปทิ้ง แต่แพนเข้ามาดึงไว้ ทั้งคู่ยื้อยุดกันจนตุ๊กตาหมีแขนขาดไปหนึ่งข้าง และแม่สุนทรก็เอาไปทิ้งถังขยะ! แพน รำพึงรำพันว่า ตั้งแต่เกิดมา แม่ก็เอาแต่จิกหัวใช้ ไม่เคยซื้ออะไรให้ เสื้อผ้าสวยๆก็ไม่มีใส่ ตัดพ้อจน สุนทรี โกรธจัด พลั้งปากไล่ แพน ว่า "อยากมีชีวิตที่ร่ำรวยสุขสบายก็เชิญ ไสหัวไปอยู่กับพวกนั้นเลยไป พ่อแม่ที่แท้จริงของแกไง"


ชมย้อนหลัง รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ : Autumn In My Heart ตอนที่ 1 และ 2 ฟรีที่นี่

ชมย้อนหลัง รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ : Autumn In My Heart ทุกตอนแบบ Full HD จาก Digital RAMA ได้ที่นี่


เรื่องย่อ รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 3

แพน สะดุดกับคำพูดของแม่ และจ้องมองอย่างสงสัย พร้อมกับทวนคำว่า “พ่อแม่ที่แท้จริง” สุนทรี หยุดปาก เมื่อ แพน ทวนคำ เธอรู้ว่าพูดมากเกินไปแล้ว แพน เห็นอาการของแม่ก็รู้ว่าไม่ใช่แค่เรื่องพลั้งปาก! และสับสนกับเรื่องที่ สุนทรี บอกเธอ แต่ แพน มองตาก็รู้ว่า แม่พูดเรื่องจริง ขณะที่ พงศกร ขับรถกลับบ้านโดยมี พจนินท์ นั่งข้างๆ ทั้งสองเงียบไม่พูดอะไรอยู่พักใหญ่ จากนั้น พงศกร ก็เอ่ยปากพา พจนินทร์ และลูกๆไปเที่ยวด้วยกันในเย็นวันนั้นเลย ณ บริเวณสวนริมเขื่อนแก่งกระจาน พาทิน และ พิชชา ยืนริมเขื่อน พงศกร และ พจนินท์ เตรียมอาหารที่สนามหญ้าใกล้ๆ พงศกร สอนทั้งคู่ให้ตกปลา พจนินท์ มองดูทุกคนมีความสุขอยู่ตรงหน้า พงศกรเดินมาหาพจนินท์ เธอส่งเครื่องดื่มให้ พร้อมกับพูดว่า “ฉันดีใจที่เรามาเที่ยวกัน ทุกคนมีความสุข แค่นี้ฉันก็พอใจแล้ว ไม่เอาอะไรอีกแล้ว” พงศกร รู้ว่า พจนินท์ พูดขึ้นมามีความหมายแฝง ขณะเดียวกัน พจนินทร์ ก็พยายามอธิบายว่า "ตอนนี้ครอบครัวมีความสุข แค่นี้ก็พอใจแล้ว" ทั้งคู่หันไปมองพิชชาและพาทินที่สนุกอยู่ริมเขื่อน ลืมสิ่งที่ต้องกังวลเมื่อครู่ไป  

ค่ำนั้น ทุกคนดูมีความสุข พิชชา นั่งอยู่เบาะด้านหลังกับพาทิน เธอเห่อเล่นตุ๊กตาหมีที่พ่อซื้อมาให้ใหม่ ทว่า เมื่อกลับถึงบ้าน ทุกคนถึงกับตะลึง เมื่อเห็น แพน เก็บข้าวของมายืนอยู่หน้าบ้าน! และแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อ แพน โพล่งออกมาว่า "ตนเอง กับ พิชชา ถูกสับตัวกัน" ทุกคนต่างตกใจกับสิ่งที่แพนพูด โดยเฉพาะ พิชชา ที่เกิดความรู้สึกเคว้ง สับสน และ เศร้าใจ จนน้ำตาไหลริน ระหว่างนี้ แพน ได้เข้ามาอยู่อาศัยกับครอบครัววชิรวิทย์ ทว่า บรรยากาศที่เคยอบอุ่น กลับอบอวนไปด้วยความหม่นหมอง จนวันหนึ่ง เมื่อ พิชชา เห็น พาทิน ทะเลาะกับพ่อ และเห็นแม่ พจนินท์ นั่งเศร้าเสียใจ พิชชา จึงตัดสินใจเก็บข้าวของพร้อมกับหยิบแก้วแต่ละใบที่เป็นตัวแทนของแต่จะคน ขึ้นมาจูบลาทั้งน้ำตา เธอค่อยๆ ขยับแก้วของตัวเองห่างออกจากใบอื่นไป จากนั้น เธอก็หนีออกจากบ้านไปอยู่กับ สุนทรี

วันแรกกับชีวิตที่เปลี่ยน ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป พิชชา อาศัยอยู่กับแม่แท้ๆที่ชื่อ สุนทรี และ พี่ชาย ที่ชื่อ พงษ์ แต่ละวัน พิชชา เห็น สุนทรี มีสภาพความเป็นอยู่ที่ลำบาก อย่างไรก็ตาม พิชชา ก็พยายามปรับตัวและช่วยแบ่งเบาภาระแก่แม่แท้ๆของเธอคนนี้ ขณะที่ พงษ์ พี่ชายของเธอ ก็มักจะสร้างความลำบากใจแก่แม่สุนทรีเสมอ แต่รุ่งขึ้น พจนินท์ ก็มาคุยกับ สุนทรี เพื่อจะขอลูกคืน แต่ สุนทรี ไม่ยอม ในขณะที่ พิชชา ได้เจอกับ พจนินท์ ทั้งคู่น้ำตาไหล กอดกันด้วยความคิดถึง สุนทรี มองภาพทั้งคู่ ด้วยความรู้สึกสองอย่าง ดีใจและเสียใจไปพร้อมกัน จน สุนทรี ใจอ่อนยอมปล่อยให้ พิชชา กลับไปกับ พจนินท์ แล้วตนเองก็หันหลังเดินกลับไปที่ร้าน พิชชา สองจิตสองใจ มอง สุนทรี เดินใจสลายกลับไป แต่ทันใดนั้น พิชชา ก็ตัดสินใจบอกกับ พจนินท์ ว่า “หนูกลับไปไม่ได้ค่ะ” “หนูไม่ใช่ลูกของแม่อีกแล้ว แม่มีแพนกับพี่พาทินอยู่แล้ว หนูไม่เป็นไรหรอกค่ะ หนูอยู่ได้ค่ะ” จากนั้น พิชชา กลั้นน้ำตา ตัดใจหันหลังเดินตามสุนทรีไป พจนินท์ ไม่ทันคิดว่าพิชชาจะตัดสินใจแบบนั้น พิชชา เร่งฝีเท้าเดินจากไป สุนทรีก้มหน้าเดินซึมกลับมา พิชชา วิ่งไล่ตามมา และก็เรียกสุนทรีว่า แม่คะ แม่” สุนทรี หยุดฝีเท้า พิชชา วิ่งมาทัน เธอกอดสุนทรีเอาไว้ และพูดว่า "แม่คะ หนูขอโทษค่ะ หนูจะอยู่กับแม่ค่ะ" สุนทรี ปล่อยน้ำตาที่กลั้นไว้ เธอจับมือของพิชชาที่กอดเธอ ทั้งคู่ยืนร้องไห้อย่างไม่อายใคร พจนินท์ ยืนมองทั้งคู่ เธอตัดใจเดินจากไป 

วันรุ่งขึ้น ขณะอยู่ที่โรงเรียน ช่วงพักเที่ยง พิชชา ก็กินข้าวกล่องที่แม่สุนทรีทำมาให้ แม้จะโดน แพน เยอะเย้ย แต่ พิชชา ก็ไม่สนใจทั้งยังกินข้าวอย่างยิ้มแย้มเอร็ดอร่อย พร้อมกับกล่าวขอบคุณแม่ เมื่อถึงช่วงเย็นพิชชา เดินกลับบ้าน พาทิน นั่งรอ เห็นเธอเดินผ่านเขาไป เขาสงสัยที่พิชชาไม่ทัก เขาลุกขึ้นเดินตามเธอไป พิชชา รู้ว่าเขาเดินตามมา เธอเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นเดินหนีเขา พาทิน เร่งตาม พิชชาวิ่ง เขาวิ่งตาม “พิชชา ช้าหน่อยสิ พี่ตามไม่ทัน” พิชชา ผ่อนฝีเท้า หันไปมองเขา พาทิน ยิ้มให้ พิชชา อดใจไม่ได้ยิ้มให้เขาเช่นกัน เธอรู้สึกตัวรอยยิ้มค่อยๆจาง จากนั้น พิชชา และ พาทิน เดินคุยกันไปตามทางรถไฟ พาทิน พูดเรื่องวันเกิดของพิชชาพร้อมกับชวนเธอไปเที่ยวทะเล เพราะรู้ว่า พิชชา อยากไป แต่ พิชชา ก็ไม่รับคำ แต่จู่ๆ พิชชา ก็ตัดบทพูดถึงนาฬิกาที่ พาทิน เคยซื้อให้ แต่เธอลืมหยิบออกมาด้วย จากนั้น พิชชา ก็แข็งใจพยายามบอกให้ พาทิน ลืมเธอซะ และเธอเองก็จะพยายามลืมทุกๆคนเช่นกัน เมื่อพูดจบ พิชชา ก็วิ่งข้ามทางรถไฟไป ก่อนที่ พาทิน จะพูดอะไร เขายืนมองเธอวิ่งห่างออกไป

ผ่านไปอีกหนึ่งวัน จนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น พิชชา ตื่นมาช่วยแม่สุนทรีเปิดร้าน ขณะที่ แพน ได้รับของขวัญวันเกิดจากพ่อแม่และพาทิน ซึ่ง พาทิน ยอมซื้อนาฬิกาเรือนใหม่ให้ แพน เพื่อแทนนาฬิกาเรือนเก่าที่จะเก็บใว้ให้ พิชชา แต่ แพน เสนอตัวว่าจะเอาไปให้ พิชชา ด้วยตนเอง ทว่าเมื่ออยู่ที่โรงเรียน แพน กลับสร้างเรื่องเป็นว่า พิชชา ขโมยนาฬิกาเรือนดังกล่าว จนกลายเป็นเรื่องใหญ่โตถึงหู ครูประภัทสร เรียกทั้ง พาทิน, พิชชา และ แพน มาเคลียร์กัน พาทิน รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ เพราะกลัวว่าจะพูดทำร้ายจิตใจทั้ง พิชชา และ แพน สุดท้าย พิชชา จึงยอมรับผิดเพื่อให้เรื่องจบ และตัวเองก็ถูกทำโทษอยู่เย็นเขียนกระดานดำ ช่วงเลิกเรียน แพน เข้ามาจะกลับบ้านกับ พาทิน แต่ พาทิน ไม่สนใจ แต่รีบไปหา พิชชา และพยายามปลอบโยน พร้อมกับชวน พิชชา ไปทะเล เพื่อฉลองวันเกิดในเย็นวันนั้นเลย

เมื่อถึงทะเล บรรยากาศ ชายหาดสามพระยาสงบเงียบ พาทิน ขี่จักรยานให้ พิชชา ซ้อนมาที่มุมหนึ่งของหาด ก่อนที่ทั้งสองจะจอดไว้ใต้ต้นไม้ แล้วลงเดินไปเก็บเปลือกหอยกันที่ชายหาด ทั้งสองวิ่งเล่นกันริมทะเลอย่างมีความสุข ลืมสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าที่โรงเรียนไว้ชั่วครู่ พาทิน ใช้ไม้วาดอะไรบางอย่างลงบนทราย พิชชา เดินวนดูไปรอบๆ และพบว่าเป็นภาพตัวเธอเอง จากนั้น พาทิน ดึง พิชชา ไปที่จักรยาน หยิบกระเป๋านักเรียนที่วางอยู่ข้างๆ เปิดออก หยิบกล่องของขวัญที่อยู่ข้างในออกมาส่งให้เธอ พิชชา นั่งลงแกะออกดู ข้างในเป็นถ้วยประจำตัวที่มีรูปวาดหน้าของเขาอยู่ พิชชา ดูดีใจแต่ก็ซึมในขณะเดียวกัน พาทิน จึงพูดว่า "คิดถึงพี่ก็มองดูมันได้ เธอจะได้ไม่เหงาไง พี่รู้ว่าเธอเอาถ้วยของเธอไปด้วย เอาใบนี้ไปอยู่ด้วยกัน" “เธอเคยบอกว่าถ้าเกิดใหม่ได้ จะเกิดเป็นต้นไม้ใช่ไหม ต้นไม้เวลามันโตแล้วรากหยั่งลึกลงไปในดินแล้ว มันจะไม่ไปไหน พี่ก็จะกลับมาหาเธอ เพราะพี่รู้ว่าเธอจะไม่ไปไหน” จากนั้น พาทิน เอามือตบหัวเธอเบาๆ ปลอบใจ พิชชา ยิ้มให้ทั้งน้ำตา ทั้งคู่นั่งลงที่ใต้ต้นไม้ริมหาด มองทะเลข้างหน้า โดยมีรูปพิชชา ที่ พาทิน วาดอยู่ที่ชายหาด 


ชมย้อนหลัง รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ : Autumn In My Heart ตอนที่ 1 และ 2 ฟรีที่นี่

ชมย้อนหลัง รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ : Autumn In My Heart ทุกตอนแบบ Full HD จาก Digital RAMA ได้ที่นี่


เรื่องย่อ รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 4

วันรุ่งขึ้น ครอบครัววชิรวิทย์ ออกเดินทางไปอเมริกา พิชชา ที่กำลังอยู่ระหว่างชั่วโมงเรียน ก็ออกจากห้อง และรับปั่นจักรยานไป แต่ทว่าไม่ทันเสียแล้ว พิชชา ได้แต่ยืนมองรถของครอบครัววชิรวิทย์ ขับผ่านหน้าไกลออกไปเรื่อยๆ พิชชา เศร้า ได้แต่ยืนมองรถนั้นแล่นลับตาไป 

หลังจากนั้น 10 ปีต่อมา พาทินในวัย 26 ปี กลับจากอเมริกา เขาเดินมาตามทางที่ พิชชา เคยถีบจักรยานตาม เพื่อบอกลา เขาหยุดมอง ถนนที่ครั้งหนึ่งเคยพาพิชชาซ้อนท้ายจักรยานด้วยกัน พาทินเดินมาตามถนน เขาหยุดมองที่หน้าร้านเช่าจักรยาน บริเวณชุมชนท่าน้ำริมเขื่อนแก่งกระจาน จากนั้น พาทิน ก็เช่าจักรยาน และขี่ไปตามที่ต่างๆ ที่เขาเคยใช้เส้นทางถนนริมเขื่อน เส้นทางในอุทยาน เส้นทางระหว่างบ้านไปโรงเรียน เส้นทางริมทะเล ภาพความหลังของเขากับ พิชชา ผุดขึ้นมาเป็นช่วงๆ เมื่อผ่านจุดที่ทั้งคู่มีความทรงจำดีๆ ด้วยกัน พาทินมาที่บ้านเก่าของสุนทรี ที่ชุมชนท่าน้ำริมเขื่อนแก่งกระจาน เขานั่งที่โต๊ะตัวหนึ่งในร้าน เด็กสาวยกขวดน้ำอัดลมและน้ำแข็งมาส่งให้เขา เด็กสาวจำได้ จึงถามว่า "พี่คือคนที่มาตามหาน้องสาวใช่ไหม" พาทิน พยักหน้ารับ แต่พอถามว่า เจอหรือยัง? พาทิน ก็ส่ายหน้าอย่างหมดหวัง จากนั้น เด็กสาวก็พูดขึ้นว่า "คงไม่กลับมาที่นี่แล้วมั้ง พวกเขาย้ายหนีหนี้ไปตั้งหลายปีแล้ว ก่อนที่แม่กับหนูจะย้ายมาอยู่ที่นี่ซะอีก" พาทิน คิดตาม เขารู้สึกหมดหวังที่จะได้เจอพิชชา

อรอินทุ์ อาภาภัทร คนรักของพาทินกำลังลองชุดที่จะใช้ในงานหมั้นอยู่ภายในบ้านที่กรุงเทพ ระหว่างนั้นเธอคุยโทรศัพท์กับพาทินไปด้วย พนักงานจากบริษัทจัดงานแต่ง มองดูความเรียบร้อยของชุดอยู่ใกล้ๆ ระหว่างนี้ พาทิน กับ อรอินทุ์ คุยกันสักพักก็วางสาย อรอินทุ์ ยืนมองตัวเองที่พร้อมจะมีครอบครัวที่อบอุ่น อีกเหตุการณ์หนึ่ง ในโรงแรมหรู เสาวนิตย์ และ ชุติมา กำลังฟังเสียงของแขกที่จีบกันทางโทรศัพท์ ขณะที่นั่งอยู่ในส่วนทำงานของพนักงานรับสาย พิชชา มาเห็นเข้า จึงเตือนเพื่อนๆของเธอ อีกทั้งแกล้งขู่เพื่อนๆ สนุกสนานเฮฮากัน ทันใดนั้น จิราพัชร ก็โทรศัพท์เข้ามา เขาขอสาย คุณช้อย (ซึ่งก็คือ พิชชา) และชวนเธอไปกินข้าว แต่ พิชชา ไม่ยอมไปด้วย จนถึงเวลาเลิกงาน พิชชา ก็ไปเปลี่ยนชุดจากพนักงานเป็นชุดธรรมดา เดินออกจากตึกโรงแรม เธอตรงไปที่มอเตอร์ไซค์ของตัวเอง จิราพัชรเดินออกจากห้องพัก พิชชาสตาร์ทเครื่องขับมอเตอร์ไซค์ออกจากลานจอดรถ จิราพัชร มองตาม เขาเห็นแต่หลังของเธอผ่านหน้าไป จากนั้น จิราพัชร เดินดูของตกแต่งในห้องทำงานผู้บริหาร และพบกับ จักรกฤษณ์ พี่ชายของจิราพัชร ที่กำลังนั่งเซ็นเอกสารที่โต๊ะ เขามองดูจิราพัชรที่เดินดูของอยู่ จักรกฤษณ์ ก็เตือน จิราพัชร ว่า ให้เลิกทำตัวเหลวไหล แต่ จิราพัชร ไม่สนใจ แถมยังท้าให้ไล่ออก ทั้งคู่มีปากเสียงกัน จากนั้น จักรกฤษณ์ ก็เดินออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ 

เช้าวันใหม่ในห้องพัก 101 ซึ่งเป็นห้องของจิราพัชร บนโต๊ะห้องรับแขกมีขวดเหล้าวางอยู่ สอง สามขวด เศษกระดาษ เศษอาหารกระจายอยู่บนพื้น จิราพัชร นอนอยู่บนเตียง เขายังสวมชุดของเมื่อวานอยู่ เขานอนกระสับกระส่าย ก่อนที่งัวเงียลุกขึ้นมา รู้สึกไม่สบายตัว ยังไม่สร่างจากอาการเมา เขาหงุดหงิด ยกโทรศัพท์ที่อยู่ข้างโต๊ะหัวเตียงขี้นมา กดเบอร์ เป็น พิชชา ที่รับสาย จิราพัชร จึงหาเรื่องแกล้ง แต่ทว่า กลับโดน พิชชา แกล้งคืนอย่างสาสม จากนั้นจึงวางสายไป จิราพัชร ถึงกับสร่างเมา และโกรธที่โดน พิชชา แกล้ง บ่ายนั้น พิชชา ขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากลานจอดรถ พาทิน เดินผ่านลานจอดนั่นเช่นกัน แต่ พิชชา เลี้ยวไปอีกทาง ขณะที่ จิราพัชร เล่นกอล์ฟกับเพื่อนๆ เขาตีได้ไม่ดีนัก ใช้มือตีท้ายทอยเบาๆ เขายังรู้สึกมึนๆ กับฤทธิ์เหล้าที่ค้างอยู่ จิราพัชร กำลังจะตีลูก พาทิน เดินข้ามเนินมาไกลๆ ทั้งคู่จึงได้เจอกัน จิราพัชร ดีใจที่ได้เจอ พาทิน เพื่อนเก่า จากนั้น จิราพัชร ก็เดินนำ พาทิน เข้ามาคุยในห้องพักของตน เขาเดินเข้าไปที่ครัว พาทินนั่งที่โซฟา ทั้งคู่คุยกันถึงชีวิตและการงาน จิราพัชร ก็พูดถึง คุณช้อย (พิชชา) สาวพนักงานรับโทรศัพท์ของโรงแรม ขณะที่ พาทิน ก็พูดถึง แพน น้องสาวที่กำลังจะเรียนจบ จิราพัชร จึงบอกว่า ไม่ได้คบกับ แพน มาพักนึงแล้ว จากนั้น พาทิน จึงบอกกับ จิราพัชร ว่าตนเองกำลังจะหมั้น! ค่ำนั้น ทั้งคู่ค้างคืนด้วยกัน จิราพัชร จึงได้รู้ว่า พาทิน มาที่นี่เพื่อตามหาผู้หญิงอีกคนหนึ่ง...

เช้าวันต่อมา จิราพัชร ขับรถพา พาทิน ไปส่งที่สนามบิน บรรยากาศข้างทางเป็นป่าเขียว สดชื่น พิชชา ขับมอเตอร์ไซค์สวนทางมา จิราพัชร มองเธอ พาทิน มองตามสายตาของเพื่อนที่ละจากถนนเบื้องหน้า พาทินเตือนเพื่อนพร้อมกับมองตาม เห็นหลังเธอที่แล่นห่างออกไปแล้ว จิราพัชร มองตามเธอผ่านกระจกข้าง พิชชา รู้สึกบางอย่าง เธอมองรถคันนั้นแล่นห่างไปทางกระจกข้างเช่นกัน บริเวณบ้านอาภาภัทร พาทิน และ อรอินทุ์ ทำพิธีท่ามกลางผู้ใหญ่ของสองฝ่าย ญาติทั้งสองฝ่ายต่างรับหมั้นด้วยความสุข เมื่อพิธีจบ ญาติทั้งสองฝ่ายก็ทานอาหารด้วยกัน พาทิน เดินเข้าไปในห้องของอรอินทุ์ นั่งลงที่เก้าอี้ เขาดูเนือยๆ อรอินทุ์ เดินเข้ามาเห็น เธอลงนั่งข้างๆ ทั้งคู่พูดคุยกัน อรอินทุ์ พร่ำพรรณาถึงวันเก่าๆ ที่ได้เจอกับ พาทิน

ขณะที่ จิราพัชร ขับรถกลับมาจากไปส่งพาทินที่สนามบิน เขามองไปที่เบาะข้างๆ มีโทรศัพท์มือถือของพาทินตกอยู่ เขาเก็บมันเอาไว้ จิราพัชร ลงจากรถ เห็น เสาวนิตย์ ที่เดินผ่านประตูทางเข้าหน้าโรงแรม เขานึกบางอย่างได้จากเครื่องแบบที่เธอสวม จิราพัชร เดินผ่านโถงโรงแรม ไปจนถึงส่วนทำงานโอเปอเรเตอร์ เขากวาดตามองไปทั่ว ไม่เห็นคนที่คิดว่าน่าจะใช่คุณช้อย เขาหันเดินกลับ เสาวนิตย์ เดินถือของว่างที่เพิ่งออกไปซื้อกลับมา จิราพัชร เรียกเธอไว้ และถามหา พนักงานที่ชื่อ คุณช้อย แต่ เสาวนิตย์ บอกไปว่าไม่รู้จัก จากนั้นเธอจึงเดินเข้าห้อง จิราพัชร มองดูในห้องนั้นอีกรอบ เห็นสามสาว พิชชา เสาวนิตย์ ชุติมา นั่งทำงานตามปกติ เขาเดินงงๆ จากมา จิราพัชร กลับเข้ามาในห้อง เขานั่งบนโซฟา ยังสงสัยเรื่องคุณช้อย เขามองโทรศัพท์มือถือสองเครื่องที่วางอยู่บนโต๊ะ นึกแผนการบางอย่างออก เขากดมือถือเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องรับสาย แล้ววางบนโทรศัพท์ห้องโทรไปแผนกต่อสาย สืบจนรู้ว่า แท้จริงแล้ว คุณช้อย ก็คือ พิชชา นั่นเอง

ในห้องคอนโดหรูของอรอินทุ์ ข้าวของและภาพวาดขนาดต่างๆ วางพิงไว้ตามมุมต่างๆ มีงานศิลปะอื่นๆ วางกระจายตัวอยู่ที่ต่างๆ เหมือนพึ่งขนย้ายเข้ามา อรอินทุ์ นำ พาทิน เข้ามาในห้อง เธอเปิดม่านให้แสงเข้า พาทิน ประหลาดใจที่ อรอินทุ์ ขนทุกอย่างมาจากอเมริกา มาไว้ที่นี่ แต่สุดท้าย พาทิน ก็บอกไปว่า จะต้องไปสอนที่หัวหิน ไม่ได้อยู่คอนโดที่กรุงเทพฯกับ อรอินทุ์ ขณะที่ จิราพัชร กลับฟุ้งซ่านถึง คุณช้อย (พิชชา) เขาจึงโทรไปหา พิชชา ให้เธอต่อสายไปหา พาทิน เพื่อระบายความในใจ ทว่า พิชชา ก็แอบฟังอยู่ด้วย!

เช้าวันต่อมา จิราพัชร อ่านรายงานไตรมาสแรกจาก มนตรี ผู้จัดการโรงแรม พร้อมกับสั่งย้ายให้ พิชชา มาทำงานเป็นแม่บ้าน ทำให้ผิดใจกับ พาณี หัวหน้าฝ่ายบริการลูกค้าเช้ารุ่งขึ้น พิชชา และ กิ่งเทียน ยืนคุยกัน กิ่งเทียนยิ้มแย้มดีใจ พนักงานเข้าแถวรอฟัง พาณี อบรมเรื่องระเบียบการทำงาน เธอเดินดูความเรียบร้อยของพนักทุกคน ทรงผม เสื้อผ้า ป้ายชื่อ พอเห็นป้ายชื่อของพิชชา ก็จำได้ว่าเป็นคนที่ถูกโอนย้ายมา ขณะที่อีกฟากหนึ่ง อรอินทุ์ และ พาทิน ช่วยกันห่อผลงานศิลปะทั้งหมดในห้องพัก เตรียมส่งย้ายไปที่หัวหิน พาทิน มองผลงานชิ้นหนึ่งที่เขาวาดเอาไว้นานแล้ว เป็นรูปทะเลที่บ้านเกิด อรอินทุ์ มองเขา อมยิ้มกับผลงานของตัวเอง ทั้งคู่พูดคุยกัน พาทิน ก็เก็บของไปพลาง จน อรอินทุ์ เห็นภาพของพิชชาในตอนเด็ก เธอจึงตัดพ้อว่า พาทิน ไม่เคยวาดภาพเหมือนให้เธอบ้างเลย พาทิน จึงรำลึกความหลังให้ อรอินทรุ์ ฟัง 

อีกด้านหนึ่ง จิราพัชร ออกจากห้องตรงไปที่โทรศัพท์กดหมายเลขเรียก พิชชา ให้มาเสิร์ฟอาหารที่ห้อง ครู่ใหญ่ต่อมา พิชชา ในชุดฟอร์มของแม่บ้าน วิ่งเข้าห้องมาพร้อมชุดอาหารที่จิราพัชรโทรไปสั่ง เธอมองไปรอบห้องไม่พบเขา ได้ยินเสียงน้ำจากฝักบัวข้างบน เธอค้อนที่เขาแกล้ง พิชชา เห็นบนโต๊ะกลางมีกระป๋องเบียร์เศษอาหาร กระดาษชำระ วางกองเอาไว้ เธอลงมือเก็บกวาดมันลงถังขยะ พิชชา เห็นนาฬิกาข้อมือของเขาวางไว้ เธอหยิบมันขึ้นมาดูและวางกลับไว้ที่เดิม จากนั้นก็ดูดฝุ่น เช็ดโต๊ะ เก็บของที่วางเกะกะ จัดห้อง จนเสร็จเรียบร้อย แต่ จิราพัชร ก็ยังไม่ลงมา เธอไปที่ครัวเอาชุดอาหารนั้นใส่จานเตรียมไว้ให้เขา พิชชา นึกบางอย่างออก จึงแกล้งใส่เกลือลงไปในอาหารชุดนั้น! และออกจากห้องไป จิราพัชร ลงมาจากห้องน้ำ มองห้องเก็บกวาดเรียบร้อย เขาไปที่ครัวอาหารถูกจัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อย เขานั่งลงที่เก้าอี้ หยิบหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้นมาเปิดอ่าน พลางตักอาหารเข้าปาก แค่เคี้ยวไปสองคำแรก ก็รู้สึกว่ารสชาติอาหารแปลกๆ พอตักกินคำที่สองเขาก็บ้วนมันออกมา

เวลาเที่ยง พิชชา กลับมาที่ห้องเก็บอาหาร เธอเห็น จิราพัชร ก้มๆ เงยๆ ค้นหาอะไรบางอย่างอยู่ครั้งนี้ จิราพัชร แกล้ง พิชชา ว่า นาฬิกาตัวโปรดของตนหายไป พิชชา ตกใจรีบวิ่งออกไปหา กลัวว่าระหว่างที่เก็บกวาดห้องเมื่อกี้ จะเผลอทิ้งนาฬิกาไปด้วย หลังจากนั้น จิราพัชร นั่งกินมื้อเที่ยงอยู่คนเดียวอยู่ในสโมสรด้วยความหิว พิชชา เดินเข้าไปหา วางนาฬิกาเรือนใหม่ให้เขา จิราพัชร มองนาฬิกานั้น หยิบขึ้นมาดู พร้อมกับรับผิดที่ทำนาฬิกาหาย แต่ จิราพัชร เลิกชายเสื้อดูเวลา พิชชา เห็นนาฬิกาที่ข้อมือเขาก็จำได้ จึงโล่งใจ แต่ก็รู้สึกโกรธที่ถูกแกล้งเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องฝังใจเธอ พิชชาจึงหยิบแก้วน้ำสาดใส่ จิราพัชร! บ่ายวันนั้น พิชชา ออกจากห้องกำลังจะกลับบ้าน ระหว่างทางสวนกับ พาณี พิชชา ถูกดุอย่างหนักที่ไปสาดน้ำใส่ จิราพัชร จนทำให้เธอท้อแท้ใจ

หลังจากนั้น เมื่อถึงเวลาเลิกงาน พิชชา ก็ขี่มอเตอร์ไซค์เข้าหมู่บ้านมาเธอเห็นรถเก๋งคันหนึ่งจอดอยู่ที่รั้วบ้าน พิชชา ขับเลยไป จอดแอบที่ใต้ต้นไม้ห่างออกไป ยืนหลบมองที่รั้วหน้าบ้าน สุนทรี พงษ์ และประชา ยืนคุยกันอยู่ ประชา ส่งกล่องของขวัญให้ สุนทรี เธอไม่อยากรับ แต่ พงษ์ คะยั้นคะยอ สุนทรี รับแบบเสียไม่ได้ ประชา เดินกลับไป พงษ์ เดินไปเปิดประตูให้ แล้วขึ้นรถขับออกไป พิชชา รอจนรถเลี้ยวออกไปจากซอยแล้วค่อยเข้าบ้าน เห็น สุนทรี กำลังนั่งเศร้าดื่มเหล้า พิชชา เข้าไปนั่งข้างๆ ทั้งคู่ปรับทุกข์กัน แม่สุนทรี พยายามจะบอก พิชชา ให้ยอมแต่งงานกับ ประชา แต่สุดท้ายก็ตัดใจ ขณะที่ พิชชา ก็บอกแม่ว่า หนูขอโทษนะแม่ ที่ทำให้แม่ลำบากใจ แต่หนูยังอยากอยู่กันแม่ลูกแบบนี้ไปให้นานอีกหน่อย ปีหน้าบัญชีฝากเงินของหนูก็ถอนออกมาใช้ได้แล้ว แม่เอาไปใช้หนี้ เราจะได้สบาย ไม่ต้องไปพึ่งใครเขาอีกนะแม่นะ” ทั้งคู่ไม่พูดอะไรอีก กอดและโยกตัวปลอบกันและกัน

ต่อจากนั้น พิชชา เข้ามาในห้อง เก็บเสื้อผ้าและของส่วนตัวลงกระเป๋า เธอเปิดกล่องที่เก็บของสำคัญออก ในนั้นมีถ้วยสองใบที่มีรูปเธอและพาทิน เธอมองถ้วยด้วยความรู้สึกคิดถึงเขาจับใจ เธอน้ำตาไหล กอดถ้วยนั้นไว้แนบอก


ชมย้อนหลัง รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ : Autumn In My Heart ตอนที่ 1 และ 2 ฟรีที่นี่

ชมย้อนหลัง รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ : Autumn In My Heart ทุกตอนแบบ Full HD จาก Digital RAMA ได้ที่นี่

 

เรื่องย่อ รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 5

ณ สตูดิโอริมหาด พาทิน เดินดูงานศิลปะในหลายรูปแบบที่ ดนัย เพื่อนรุ่นพี่ขนเข้ามาในสตู เขาสะดุดตากับถ้วยเซรามิคที่รูปร่างเบี้ยว เขานึกถึงถ้วยที่เคยทำเอาไว้เมื่อครั้งเป็นเด็ก ดนัย ยืนมอง พาทิน สำรวจพื้นที่ จากนั้น ดนัย ก็ชวน พาทิน ไปถ่ายวีดีโอทำอินสตอเลชั่นแถวๆ เขาเต่า พาทิน เดินเล่นที่ริมหาด มองดู ดนัย ถ่ายวีดีโอเพลิน ในบริเวณชุมชนแถวหาดเขาเต่า พาทิน ยืนมองเรือประมงที่จอด เดินดูชุมชนชาวเลที่เก็บของ แม่ค้าตากปลา พิชชา ที่แวะซื้อของ หยิบใส่ตะกร้ามอเตอร์ไซค์ สตาร์ทเครื่องวิ่งออกจากชุมชน พาทิน เดินจากทางแยก พิชชา ขี่รถผ่านหน้าเขาไป เขาหันมาพอดีเห็นเสี้ยวหน้าของเธอ เขาจำเธอได้ทันที รีบจ้ำเดินกลับไป แต่ พิชชา ขี่รถออกไปไกลแล้ว พาทิน วิ่งตามไปที่ถนน แต่เธอหายไปแล้ว เขายืนคิด ไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องจริงหรือคิดไปเอง...เย็นนั้น พาทิน และ ดนัย นั่งดูวีดีโอที่ถ่ายเอาไว้ กรอย้อนหลัง เดินหน้าอยู่หลายครั้ง ดนัย ถามอย่างไม่เข้าใจว่า “แกจะดูอะไรเหรอ” พาทิน ตอบ  “เหมือนคนรู้จักน่ะพี่ ไม่เจอกันมาหลายปีแล้ว พี่ๆ หยุดตรงนี้หน่อย” ภาพในกล้องเห็น พิชชา พาทิน จึงยิ้มดีใจ เขามองภาพเธอในกล้องอยู่นาน ใช่เธอจริงๆด้วย!

อีกด้านหนึ่ง จิราพัชร แต่งตัวเพื่อไปงานแต่งแม่ที่กรุงเทพฯ เขาได้ยินเสียงเคาะประตู จึงเดินไปเปิด พบว่าพาทินยืนที่ประตู จิราพัชร แปลกใจ พบว่า พาทิน ยืนอยู่หน้าห้อง และมาขอค้างด้วย 2 คืน จากนั้น พาทิน และ จิราพัชร ก็เดินคุยกันไปตามทางเดินไปตึกใหญ่ พาทิน จึงบอกว่า ที่มาขอค้าง เพราะสตูดิโอที่เช่าไว้ยังไม่พร้อมเข้าไปอยู่ แต่ จิราพัชร ก็จับทางได้ว่า ยังมีเรื่องอื่นอีก พาทิน ได้แต่ยิ้มๆ และบอกว่าไว้จะมาเล่าให้ฟังทีหลัง จิราพัชร พยักหน้ายอมรับ เขายื่นกุญแจห้องให้ พร้อมทั้งบอกว่า “ลับลม คมในนะมึง เอ้า...กุญแจห้อง แล้วนี่มือถือที่มึงลืมเอาไว้ เมื่อคราวที่แล้วแบตจะหมดแล้ว เอางี้ เดี๋ยวกูจะไปฝากชาร์จที่ฟร้อนท์ พรุ่งนี้เช้าค่อยไปเอาก็แล้วกัน” และย้ำว่า “เฮ้ยๆ อันนี้สำคัญ มึงห้ามยุ่งกับคุณช้อยของกูนะ” พาทิน แปลกใจ แต่ จิราพัชร ยิ้มบริสุทธิ์ แบบคนมีความรัก พาทิน เห็นรอยยิ้มนั้นรู้สึกว่าเพื่อนเปลี่ยนไป ขณะที่ จิราพัชรวิ่งออกไปหา พิชชา ซึ่งกำลังทำงานอยู่ที่ส่วนทำงานแผนกแม่บ้าน เธอละมือจากการทำงาน เมื่อ จิราพัช เข้ามาหา และบอกว่า “ผมจะขึ้นไปกรุงเทพ สักสองวัน” เขาหยิบมือถือของพาทิน ออกมา “อันนี้ของเพื่อนผมฝากชาร์จที่ฟร้อนท์ให้ด้วยนะ เขาจะมาพัก ช่วงที่ผมไปกรุงเทพ ฝากคุณดูแลเขาด้วยนะ” จากนั้นก็ยื่นข้อมือที่ใส่นาฬิกาที่ พิชชา ซื้อมาใช้ โชว์ให้ดู พิชชา กวาดตามองแว่บหนึ่ง ก่อนที่จะวางเฉยต่อ แต่ จิราพัชร ยังคงแสดงท่าทีดีใจเหมือนเด็กน้อย พร้อมกับสาธยายคุณสมบัติต่างๆของนาฬิกา ให้เธอฟัง พิชชา อดยิ้มไม่ได้ กับท่าทางเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ของเขา เธอรู้สึกตัวฝืนเก็บรอยยิ้มนั้นไว้ จิราพัชร แอบเห็น เขาดีใจที่เธอคลายความโกรธเขาลงไปบ้าง จากนั้น จิราพัชร จึงบอกว่า “ผมขอโทษนะ เรื่องที่แล้วๆ มา ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้คุณเสียใจนะ” จากนั้นก็เดินออกไปท่าทางเก้อๆ เขินๆ พิชชา ตามมองหลังเขา รู้สึกว่าเขาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร

พาทิน นั่งรอที่เก้าอี้แถวสวน เขานั่งนึกถึงหน้าของพิชชาที่เห็นในวีดีโอของดนัย เขาเผลอยิ้มดีใจอย่างไม่รู้ตัว จิราพัชร เดินกลับเข้ามา เขาเห็น พาทิน นั่งยิ้มอยู่คนเดียว จึงซักถามด้วยความสงสัย แต่ พาทิน ก็ยังไม่ตอบอะไร ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินไปที่ลานจอดรถ ขณะที่ พิชชา เดินมาที่ฟร้อนท์ หยิบมือถือที่จิราพัชรฝากมา เสียบชาร์จแบตไว้ เธอเขียนโน้ตกำกับเอาไว้ที่เครื่องว่า แขกห้อง 101 สายวันรุ่งขึ้น พาทิน เดินไปตามชุมชน เข้าซอยนั้นซอยนี้ไปทั่ว เดินผ่าน สุนทรี ที่กำลังซื้อปลาจากชาวบ้านที่รู้จักกัน เขาจำเธอไม่ได้ ส่วน พิชชา เข้ามาทำความสะอาด จัดห้องพักของจิราพัชร หลังจากเสร็จเรียบร้อย เธอหยิบโทรศัพท์มือถือที่ฝากชาร์จ วางไว้ที่โต๊ะ เขียนโน้ตบอกแขกในห้องไว้ พาทิน กลับเข้ามาในห้อง ล้มตัวลงนอนบนโซฟาอย่างเหนื่อยอ่อน เขาหา พิชชา ไม่พบ เห็นโทรศัพท์มือถือวางไว้บนโต๊ะ หยิบโน้ตที่เขียนไว้มาดู เธอเขียนบอกเรื่องของใช้ต่างๆ ที่เตรียมไว้ให้ เสื้อผ้าและข้อความที่ฝากไว้บนมือถือ พาทิน เปิดข้อความดู เป็นข้อความของอรอินทุ์ ที่ฝากไว้ว่า “คุณอยู่ที่ไหน โทรกลับหาฉันนะคะ” “พัชรบอกว่า คุณพบคนรู้จัก” “โทรหาฉันนะถ้าคุณว่าง” พาทิน มองข้อความของอรอินทุ์ รู้สึกผิดที่ปิดบังเรื่องของพิชชาเอาไว้ แต่ก็ไม่กล้าบอกความจริงให้รู้ ขณะเดียวกัน พาทิน ก็มองโน้ตที่ พิชชา ทิ้งเอาไว้ว่า “ถ้ามีอะไรติดขัด หรือปัญหาในส่วนไหนของบริการห้อง โทรตามดิฉันได้เสมอค่ะ...ยินดีค่ะ ช้อย”

เช้าตรู่วันถัดมา พาทิน ยังคงเดินตามหาพิชชา ไปทั่วละแวกนั้น แต่ก็ยังไม่พบเธอ เขานั่งพักที่หาดมองเรือประมงที่จอด มองดูชาวบ้านทำกิจกรรมของพวกเขาไป พาทิน มองขอบฟ้าถอนใจ ได้แต่คิดถึงเธอ ช่วงสายๆ พิชชา เข็นรถที่มีของต่างๆที่ใช้ในการเก็บกวาด จัดห้องพัก ไปตามห้องพักในโรงแรม พาทิน นั่งดื่มน้ำในร้านอาหาร เขาโทรคุยกับดนัยไปด้วย พอวางสาย ที่โทรศัพท์ก็มีสัญญาณเตือนว่า แบตเตอรี่อ่อน เขาหยิบโน้ตของพิชชา ออกมาดู กดหมายเลขโทรหา ขณะที่ พิชชา เข็นรถอุปกรณ์ทำความสะอาดไปตามห้องพัก เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมาดู เห็นหมายเลขที่ไม่คุ้น พิชชา มองหมายเลขสี่ตัวท้ายนั้น รู้สึกแปลกใจ พอรับสาย พิชชา รู้ว่า คนที่ปลายสายคือ เพื่อนของจิราพัชร จากชื่อที่เขาทัก เธอคุ้นเสียงจากปลายสายนั้นมาก พาทิน วานให้ คุณช้อย (พิชชา) ชาร์จโทรศัพท์ให้ เธอจึงบอกให้ พาทิน ฝากโทรศัพท์ไว้ที่ฟร้อนท์ เดี๋ยวเธอจะจัดการให้ ทั้งคู่สนทนากันไปสักพัก จน พิชชา รู้สึกว่าตัวเอง ต่อปากต่อคำกับแขก ทำให้เข้าไปรับรู้เรื่องส่วนตัวของแขกมากเกินไป พิชชา จึงขอวางสาย แต่มีความรู้สึกบางอย่างเกี่ยวกับแขกห้อง 101 ที่ค้างอยู่ในใจของเธอ พาทินเองก็เกิดความรู้สึกแบบเดียวกับ พิชชา หลังจากนั้น พาทินนั่งรถกลับไปที่โรงแรม เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขารับสาย ปรากฏว่า อรอินทุ์ โทรมา แต่ว่าสัญญาณไม่ค่อยดีและแบตก็หมดพอดี พาทิน จึงตัดสินใจให้คนขับรถเปลี่ยนเส้นทางไปสนามบินหัวหิน ขณะที่ พิชชา เดินมาที่ฟร้อนท์ มองดูส่วนที่ชาร์จมือถือ ไม่มีโทรศัพท์เครื่องนั้น เธอเดินไปถาม นิตยา พนักงานที่ฟร้อนท์ แต่ นิตยา ก็ไม่เห็น ทำให้ พิชชา รู้สึกผิดหวังเล็กๆ อีกด้านหนึ่ง อรอินทุ์ นอนหลับอยู่บนเตียงผู้ป่วย อัจฉรา มารดาของเธอนั่งอยู่ข้างเตียง พาทิน เปิดประตูเข้ามา อัจฉรา หันไปมอง และต่อว่า ทำให้ พาทิน รู้สึกผิด อรอินทุ์ ยังคงนอนพักบนเตียง พาทิน นั่งเฝ้าไข้อยู่ข้างๆ มือของเธอกุมมือเขาเอาไว้ พาทิน ค่อยๆ ดึงมือตัวเองออก ลุกขึ้นจะหยิบของ อรอินทุ์ ดึงมือเขากลับไม่ยอมปล่อยกุมมือเขาต่อ ทั้งที่ตายังปิดสนิท พาทิน ยิ้มกับเล่ห์น่ารักของอรอินทุ์ 

ค่ำนั้น พิชชามาที่ห้อง เห็นห้องปิดไฟมืด ดูเหมือนแขกที่พักยังไม่กลับเข้ามา เธอหยิบกุญแจออกมา ลังเล พิชชาไขเข้ามาในห้อง เธอเปิดไฟ เห็น จิราพัชร นั่งอยู่ในความมืดที่โต๊ะ ในมือมีแก้วเหล้าอยู่ในมือ เหล้าในขวดดูพร่องไปค่อนขวด พิชชา ตกใจนิดหน่อย ไม่คิดว่าจะพบเขา ขณะที่ จิราพัชร ที่กำลังเมา ก็เดินเข้ามาหา พิชชา พร้อมกับ ระบายความในใจออกมาราวกับอัดอั้นมานาน ทำให้ พิชชา รู้ว่าแท้จริงแล้ว จิราพัชร มีแม่อยู่สองคน คนหนึ่งทิ้งไป ส่วนอีกคนก็ไม่ใยดี แม้ พิชชา จะรู้สึกเห็นใจ แต่ก็คิดว่าเธอรับรู้มากเกินพอแล้ว และขอตัวกลับ แต่ จิราพัชรคว้าข้อมือเธอ ดึงตัวเข้ามาใกล้ พร้อมกับสารภาพรัก ! พิชชาอึ้ง คาดไม่ถึงกับคำขอของเขา แต่ก็พยายามจะปลีกตัวออกไป จิราพัชร ไม่ยอมปล่อย พิชชา ดึงมือกลับ เดินหนี เขาดึงเธอเข้ามากอด พยายามจะจูบ พิชชา เบี่ยงหน้าหลบ ทั้งคู่ยื้อยุดกันอยู่ครู่หนึ่ง จิราพัชร รู้สึกตัว เขาผ่อนแรง พิชชาผลักเขาออก เดินหนีไปและวิ่งออกมาจากห้อง พาณี ตรวจดูความเรียบร้อยของห้องพักของแขกที่อยู่ตรงข้าม จึงเห็น พิชชา ในสภาพเสื้อผ้าดูไม่เรียบร้อย ผมเผ้าของพิชชายุ่งหลุดทรง พิชชารีบเดินจากไป พาณีมองไปที่ห้องที่พิชชาวิ่งออกมา ขณะที่ พิชชา เดินกลับหอพัก เสียงฝากข้อความดังขึ้น เธอหยิบโทรศัพท์เปิดดูข้อความ เป็นข้อความจากแขกห้อง 101 อีกคน เธอจำหมายเลขสี่ตัวท้ายได้ “พอดีมีธุระด่วนต้องกลับกรุงเทพ เลยไม่ได้ฝากโทรศัพท์ที่ฟร้อนท์ เกรงว่าคุณจะรอ ต้องขอโทษด้วย แขกห้อง 101” พิชชา มองข้อความนั้น มีความรู้สึกสองอย่างที่ปะทะกันอยู่ข้างใน เสียใจเรื่องที่จิราพัชรทำ ดีใจที่มีบางคนยังใส่ใจเธอ พิชชานิ่งมองข้อความนั้นอยู่ครู่ใหญ่ ตัดสินใจพิมพ์ข้อความตอบกลับไป “ไม่เป็นไรค่ะ หวังว่าคงไม่ใช่เรื่องร้ายแรงนะคะ ขอบคุณที่กังวลเรื่องของดิฉันเป็นเรื่องเล็กน้อยเองค่ะ ช้อย”

วันรุ่งขึ้น จิราพัชร นั่งคิดถึงเรื่องที่ทำกับ พิชชา เมื่อคืน กิ่งเทียน เคาะประตู เดินเข้ามาในห้อง จิราพัชร หันไป แปลกใจที่เป็น กิ่งเทียน ไม่ใช่พิชชา พอซักไซร้ไล่เรียงเรื่องราว จึงรู้ว่า พิชชา โดนพักงานเพราะตน จากนั้น กิ่งเทียนยังบอกอีกว่า พี่ชายของพิชชา กำลังจะพา พิชชา ไปแนะนำให้เจ้าของเงินกู้ที่รู้จัก เธออาจจะต้องแต่งกับเขาเพื่อใช้หนี้! เมื่อฟังดังนั้น จิราพัชร จึงรีบขับรถไป และเดินมาตามทางแถวบ้านสุนทรี ตามที่กิ่งเทียนบอก เขาแอบยืนมองที่บ้านหลังหนึ่ง เห็น พงษ์ และ พิชชา กำลังรอประชาเข้ามา จิราพัชรค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ทั้งคู่ เสียงรถยนต์วิ่งเข้ามาที่ถนนหน้าบ้าน พงษ์เดินไปรับ จิราพัชรค่อยๆ เดินมาทางสวนมะระ เข้าไปหาพิชชา เธอหันมาเห็นเขาเดินเข้ามาหาก็ตกใจ จิราพัชร คว้าข้อมือเธอดึงไปด้วยกัน พงษ์ และ ประชา เดินเข้ามาในบ้าน ไม่เห็นพิชชา พงษ์ตกใจ เขาหันมองไปมา เห็นทั้งคู่วิ่งไปทางสวน เขาวิ่งตามออกไป จิราพัชร จูง พิชชา วิ่งหนีไปขึ้นรถที่จอดไว้ขับออกไป พงษ์ตามไม่ทัน เขาโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง จากนั้น จิราพัชร พา พิชชา มาที่ชายหาด เขายืนเตะทรายด้วยความหงุดหงิดใจ พิชชายืนอยู่ข้างๆ มองท่าทีของเขา จิราพัชร ถามเชิงต่อว่า ทำไมไม่บอกเรื่องถูกไล่ออก ทำให้ พิชชา หมันไส้ ที่เขาแสดงออกเหมือนว่ามันเป็นความผิดของเธอ จากนั้นก็เทศนา จิรพัชร ที่ชอบคิดว่าเรื่องของตน มันทุกข์จนทนรับไม่ไหว เพราะ จิราพัชร ยังไม่รู้ถึงความทุกข์ของคนอื่นๆ และระบายชีวิตอันทุกข์ยากออกมา พร้อมกับบอกว่า ตอนนี้ตกงาน จึงจำเป็นต้องยอมรับข้อเสนอของคุณประชา พอฟังจบ จิราพัชร ก็พูดขึ้นว่า “เท่าไหร่ ที่คุณเป็นหนี้เขา ผมจะจ่ายให้” “แบบนี้คุณคงไม่ปฏิเสธใช่ไหม ถ้าจะคบกับผม” พิชชา รู้สึกว่าสิ่งที่เขาพูดออกมา เป็นการดูถูกอย่างแรง เธอตบหน้าเขาทันที และบอกว่า “ฉันเสียใจที่ต้องมาพบคนใจดำอย่างคุณ ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณอีก” พิชชา เดินไปทิ้งให้ จิราพัชร ยืนซึม พิชชาเดินเสียใจมาตามทาง ขณะที่ พาทิน และ อรอินทุ์ นั่งอยู่ในรถ ทั้งคู่จอดที่ประตูทางเข้าอุทยาน พิชชา เห็น พาทิน ไกลๆ เธอหยุดยืนมองเขาครู่ใหญ่ เธอจำได้ว่าเขาคือพาทิน ขณะนั้น พาทิน เลี้ยวรถเข้าประตูอุทยานไป พิชชา เร่งฝีเท้าเดินตาม และเปลี่ยนเป็นวิ่งตามรถนั้นไป

พาทิน และ อรอินทุ์ เดินไปตามชายหาด ภาพความหลังของเขากับพิชชา ซ้อนเข้ามาในความคิดของพาทิน อรอินทุ์ เห็นจิราพัชรที่ยืนมองทะเลคนเดียวอยู่ไกลๆ พาทิน จึงตะโกนเรียก จิราพัชร ได้ยินเสียงตะโกนเรียก เขาหันไปตามเสียงเรียก ส่วน พิชชา เห็นรถของพาทินจอดอยู่ริมหาด เธอเหลียวมองหาเขา เห็นชายสองหญิงหนึ่งยืนคุยกันอยู่ ตรงที่เธอเดินจากจิราพัชรมา พาทิน ยืนคุยกับ จิราพัชร ส่วน อรอินทุ์ เดินเก็บก้อนหินสวยๆ และเปลือกหอยเล่น จิราพัชร เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับคุณช้อยให้ พาทิน ฟัง สักพัก อรอินทุ์ ก็เข้ามาบอกให้ พาทิน วาดรูปเธอลงบนหาดทรายให้ พาทินกวาดไม้ในมือไปบนทราย อยู่พักหนึ่งจนเสร็จ ทั้งสามมองรูปที่พาทินวาดบนหาดทราย อรอินทุ์ มองดูรูปแล้วยิ้ม เธอรู้สึกว่ามันดูไม่เหมือนเธอ พาทิน ได้ยิน อรอินทุ์ วิจารณ์ ทำให้เขานึกถึง พิชชา คราวที่ต่อว่าเขาในแบบเดียวกัน

แต่แล้วทันใดนั้น ! ก็มีเสียงเล็กๆดังขึ้นมาว่า “ใช่ พี่ไม่เคยวาดเหมือนเลย” แขนคู่หนึ่งเข้ามาสวมกอดพาทินจากด้านหลัง พาทิน รู้สึกได้ทันทีว่าเป็น พิชชา ขณะที่ จิราพัชร ประหลาดใจที่ พิชชา เข้ามากอดพาทิน อรอินทุ์ รู้สึกงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น เธอจับต้นชนปลายไม่ถูก พิชชา น้ำตาไหล พร้อมกับบอกว่า “พี่วาดได้แย่มาก” พาทินดีใจสุดชีวิตที่ได้เจอกับ พิชชา!!! เย็นนั้น จิราพัชร และ อรอินทุ์ นั่งอยู่ที่ลานด้านหน้าสตูดิโอ ดนัย ชงกาแฟยกเข้ามาวางไว้ที่โต๊ะ หันไปมอง พาทิน และ พิชชา นั่งอยู่ชั้นบน อรอินทุ์ หันมาบอกให้ปล่อยพวกเขาคุยกันตามลำพัง พาทิน และ พิชชา นั่งคุยกันที่ลานระเบียง ท่ามกลางข้าวของที่พาทินเพิ่งย้ายเข้ามา ยังไม่ได้จัด พาทิน ถามไถ่ถึงชีวิตความเป็นอยู่ของ พิชชา พร้อมกับแสดงออกถึงความรู้สึกอันตื้นตันล้อเอ่อ พาทิน มอง พิชชา สิ่งที่เธอพูดทำให้เขายิ่งรู้สึกว่า ความรู้สึกของเขาและเธอเป็นแบบเดียวกัน พาทิน เอื้อมมือไปกุมมือของเธอไว้ พิชชา ยิ้มรับความรู้สึกที่เขาส่งมา หลังจากนั้น ก็ถึงเวลาต้องแยกย้าย จิราพัชร ขับรถพา พิชชา กลับไปหอพักที่โรงแรม ทั้งคู่นั่งนิ่งในรถมาพักใหญ่ จากนั้นคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆระหว่างพาทินกับเธอ และเรื่องที่เธอตกงาน พิชชา จึงขอร้องให้ จิราพัชร ไปช่วยพูดอธิบายกับหัวหน้าแผนก ว่าเธอไม่ได้ทำอะไรอย่างที่เขาคิด ทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่ จิราพัชร รู้สึกลำบากใจกับ คำขอของพิชชา...


ชมย้อนหลัง รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ : Autumn In My Heart ตอนที่ 1 และ 2 ฟรีที่นี่

ชมย้อนหลัง รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ : Autumn In My Heart ทุกตอนแบบ Full HD จาก Digital RAMA ได้ที่นี่


เรื่องย่อ รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 6

จิราพัชร และ พิชชา มาที่แผนกแม่บ้าน เพื่ออธิบายเรื่องให้ พาณี ฟัง แต่ไม่ว่าจะอธิบายยังไง พาณี ก็ยังไม่ยอม จนทำให้ จิรพัชร โมโห และมีปากเสียงกับ พาณี เหตุการณ์เริ่มจะบานปลาย พิชชา จึงตัดสินใจ ดึง จิราพัชร ออกไปจากห้อง พร้อมกับพยายามอ้อนวอนพาณี แต่ทว่าก็ยังไม่สำเร็จ พาณี แกะมือของ พิชชา ที่รั้งเอาไว้ออก แล้วเดินจากไปไม่สนใจ พิชชาอ่อนใจ เธอหาทางออกไม่เจอ อีกด้านหนึ่ง พาทิน นั่งมองทะเลยามค่ำ คิดถึงการที่เขาได้พบกับ พิชชา อีกครั้ง พิชชาขับมอเตอร์ไซค์เข้าชุมชน จอดรถไว้ที่หน้าบ้าน เธอมองเข้าไปในบ้าน พร้อมกับถอนใจ คิดไม่ตกกับปัญหารายล้อมที่เกิดขึ้น พิชชา เปิดประตูห้อง ย่องเข้าไปหา สุนทรี ที่นอนอยู่ เธอตรงเข้าไปกอดแม่ แต่พอ สุนทรี ถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น พิชชา ก็ชะงัก แต่ก็ทำเหมือนไม่มีอะไร สักพัก พงษ์ เปิดประตูเข้ามา พิชชา ตกใจลุกขึ้นแอบข้างหลังสุนทรี จากนั้น พงษ์ ก็เข้ามาดึง พิชชา ออกไปหา ประชา ด้วยกัน เขาดึงแรงจนแขนพิชชา เป็นรอยช้ำ แต่ทว่า แม่สุนทรี ก็ขวางไว้ พร้อมกับเอาไม้กวาดไล่ตีพงษ์ จนทำให้ พงษ์ ถอยออกไปจากห้อง สุนทรี ลดไม้ที่กำแน่นในมือลง เธอนั่งลงข้างๆพิชชา ขณะเดียวกัน สุนทรี น้ำตาไหลคับแค้นใจเรื่องปัญหาต่างๆ ที่รุมล้อมตัว สุนทรี น้ำตาไหลไม่หยุด ที่ พิชชา ยังมีแก่ใจห่วงเธอ สองแม่ลูกนั่งมองกัน ส่งความรู้สึกห่วงใยกันและกันผ่านมือที่กุมกันเอาไว้ พิชชา รวบรวมสติ เช็ดน้ำตาให้แม่ หันไปหยิบกระเป๋าสตางค์ หยิบเงินที่มีอยู่ให้สุนทรี แม่สุนทรี ถอนใจรู้สึกตัวเองไม่สามารถช่วยอะไรพิชชาได้ ขณะเดียวกัน พิชชา ก็รีบเก็บของออกจากบ้าน สุนทรีนั่งน้ำตาซึมสงสารพิชชาจับใจ ต่อมา พิชชา เอาของวางที่มอเตอร์ไซค์ กวาดตามองไปทั่ว เมื่อไม่เห็น พงษ์ ดักรอ เธอโล่งใจหยิบโทรศัพท์ออกมา เธอลังเล สองจิตสองใจที่จะโทรหา พาทิน...

เช้าวันต่อมา พาทิน ลงมาจากห้องพักชั้นบน พิชชา ยืนพิงมอเตอร์ไซค์นอกรั้ว พาทิน แปลกใจในตอนแรกที่เห็น แต่เขาก็ดีใจยิ้มออกมาพร้อมกับเรียกน้องสาวแสนน่ารักคนนี้ ขณะที่ พิชชา หันไปมองตามเสียงเรียก เธอดีใจหิ้วกระเป๋า เปิดประตูรั้วเดินมาหาเขา พาทิน เห็น พิชชา ถือกระเป๋ามา สังเกตเห็นรอยเขียวช้ำที่แขนของเธอ พาทิน พยายามถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ พิชชา ตัดบทพูดขึ้นว่า “ฉันเล่าให้แม่ฟังว่า พี่กลับมาแล้ว ฉันบอกว่าจะขอมาพักอยู่กับพี่สักพักหนึ่ง” แต่ พาทิน ยังมองรอยช้ำที่แขนนั่น ทำให้ พิชชา รู้สึกว่า พาทิน เครียดกับรอยช้ำบนแขน เธอจึงเบนความสนใจ แต่ พาทิน รู้ว่า พิชชา ต้องถูกไล่ออกมา หรือหนีบางอย่างมา พิชชา จึงพูดขึ้นว่า “ฉันขอแม่แล้ว แม่ไม่ว่าอะไร แค่สองสามวันได้ใช่ไหม” พาทิน กลับถามขึ้นว่า “เธอถูกไล่ออกมาเหรอ” พิชชา จึงแกล้งตอบขึ้นมาว่า “ใช่ซะเมื่อไหร่ละพี่ เออ...ฉันกลับก็ได้ หวังจะมาพึ่ง” พาทิน จึงรีบบอกว่า “ใครบอกว่าไม่ได้ล่ะ” จากนั้นเขาก็หยิบกระเป๋าของพิชชา เดินพาขึ้นห้องพักชั้นบน ทั้งสองเดินมาด้วยกันด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ จากนั้น พาทิน ก็ไปค้นหายาทาแผลให้ พิชชา เข้าห้องน้ำ เมื่อมองกระจก เห็นแก้มตัวเองมีรอยแดงจากการกระแทก เธอรู้สึกว่า พาทิน ต้องกังวลใจกับเรื่องนี้ พิชชา เดินออกจากห้องน้ำ เห็นยาทาแผลวางไว้บนกระเป๋า เธอหยิบขึ้นมาดู รู้ว่า พาทิน เอามาให้ จากนั้น พิชชา เดินออกมาพบ พาทิน นั่งสูบบุหรี่อยู่ด้านนอก เธอนั่งลงข้างเขา พร้อมกับสารภาพว่า “พี่คะ คือ ฉันหนีออกจากบ้าน เพราะมีเรื่องกับพี่พงษ์ ขอโทษนะคะที่ต้องโกหกพี่ คือฉัน ฉันไม่อยากจะ...” พาทิน รู้ว่า พิชชา ลำบากใจ เขาเอ่ยปากตัดบทไม่อยากให้เธอไม่สบายใจ “ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องเล่าก็ได้ อยู่กับพี่ซะที่นี่ละ พี่ดีใจที่เธอมาหานะ” พาทิน ยิ้มให้ พิชชา ก็ยิ้มตอบ หลังจากนั้น พิชชา เผลอนอนหลับอยู่ในห้อง พาทิน นั่งอยู่ข้างเตียง เขามองดูรอยแดงที่อยู่บนใบหน้าของเธอ แล้วมองรอยช้ำบนแขนด้วยสายตาที่ห่วงใยและสงสาร พาทิน รู้สึกเสียใจที่เขาช่วยอะไรเธอไม่ได้ยามที่ต้องลำบาก

พาทิน จึงตัดสินใจออกไปถามหา พงษ์ กับชาวบ้านในละแวกนั้น ชาวบ้านชี้ให้ไปที่ร้านอาหาร พงษ์ ยืนสูบบุหรี่ตรงหาดข้างร้านอาหาร พาทินเดินเข้าไปหา พร้อมกับถามว่า “พงษ์ใช่ไหม” พงษ์หันไปมองสงสัย และตอบว่า “ใช่ มีอะไรเหรอ” เมื่อฟังดังนั้น พาทิน ก็เหวี่ยงหมัดใส่ใบหน้าพงษ์ จนล้มคว่ำบนหาด พงษ์ลุกขึ้นได้ ทั้งที่ยังงงที่ พาทิน ยังกระหน่ำชกเขาอยู่! พาทิน มอง พงษ์ เขม็ง และบอกว่า “กูชื่อพาทิน กูมาเรื่องของพิชชา บอกแม่ของแกด้วย ฉันจะดูแลพิชชาเอง” จากนั้น ก็คว้าคอพงษ์ และพูดทิ้งท้ายว่า “จำเอาไว้ ถ้ามึงแตะต้องพิชชาอีก กูจะเอามึงให้ตายเลย” พาทิน ผลัก พงษ์ ออกไป พงษ์เห็นแววตาเอาจริงของพาทิน เขาไม่กล้าตอบโต้ตามวิสัยนักเลงของตัวเอง ได้แต่มองพาทินที่เดินจากไปอย่างแค้นใจ

อีกด้านหนึ่ง จิราพัชร นั่งพิงโซฟาอย่างเซ็งๆ พร้อมกับบอกว่า ต้องการจะไล่ พาณี หัวหน้าแผนก ออก แต่ มนตรี ที่ยืนอยู่ข้างๆ พยายามคัดค้าน และเสนอให้ย้ายตำแหน่งแทน ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของจิราพัชรดังขึ้น เขาหันไปไล่มนตรีให้ออกจากห้อง จิราพัชร รับโทรศัพท์ มนตรีโค้งให้ก่อนจะเดินออกจากห้อง ปรากฏว่า เป็น พาทิน ที่โทรเข้ามาบอกว่า ตนเองได้เข้ามาสอนในที่มหาลัยศิลปากร หัวหิน เรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่คุยกัน จิราพัชรดีใจกับเพื่อน แต่ไม่นาน จิราพัชร ก็วางสายไป

หลังจากนั้น พาทิน และ พิชชา มาเดินจ่ายตลาด ซื้อของไปทำมื้อเย็น พาทิน มองของในมือที่หอบหิ้วมา ทั้งคู่พูดคุยกันถึงเรื่องต่างๆ รวมทั้งเรื่องของ แพน และ อรอินทรุ์ อีกทั้งหยอกล้อกันสนุกสนาน คลายความเคอะเขินระหว่างกัน ทว่าพอกลับมาถึงก็เห็น อรอินทุ์ กำลังจัดมื้อเย็นที่เธอเตรียมไว้ที่โต๊ะ อรอินทุ์ เห็นทั้งคู่เข้ามาด้วยกันก็รู้สึกแปลกใจ พิชชารู้สึกเคอะเขิน ทำตัวไม่ถูก จากนั้นทุกคนก็เข้าบ้านร่วมโต๊ะรับประทานอาหารด้วยกัน อรอินทุ์ ยกอาหารที่ทำเสร็จมาวาง พาทิน จึงทักว่า อรอินทุ์ น่าจะโทรมาบอกก่อน แต่ อรอินทุ์ ต้องการให้ พาทิน แปลกใจ จากนั้นจึงถาม พิชชา ว่า เรื่องที่จะมาพักที่นี่ พิชชา จึงบอกว่าจะมาขออยู่แค่ไม่กี่วัน แต่ พาทิน พูดขึ้นว่า ต้องการจะให้พิชชาอยู่ยาวไปเลย แต่ พิชชา รู้สึกไม่สบายใจที่พาทินพูดแบบนั้นออกไป เธอเกรงใจอรอินทุ์ จากนั้น อรอินทุ์ก็ตักกับข้าวให้พาทิน พิชชา มองทั้งคู่ แล้วรู้สึกเหมือนตนเองเป็นส่วนเกิน พอรับประทานมื้อเย็นกันเรียบร้อย พาทิน ก็เดินไปส่ง อรอินทุ์ ที่รถ ทั้งคู่คุยกันถึงเรื่องที่ข้าวของของพ่อและแม่กำลังจะส่งไปที่บ้านเก่าในวันอาทิตย์นี้ พร้อมเรื่องทำความสะอาดบ้าน ว่า ถ้าทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว และพ่อแม่กลับมาถึง อรอินทุ์ ต้องการจะชวน จิราพัชร และ พิชชา มาที่บ้านเก่า ให้เจอกันพร้อมหน้า แต่ พาทิน พูดดักว่า พิชชา คงยังไม่อยากไปตอนนี้

ค่ำนั้น พิชชา นั่งที่โต๊ะทำงานของพาทิน เปิดหนังสือพิมพ์หน้าหางาน ในมือข้างหนึ่งมีปากกาคอยวงตำแหน่งงานที่เธอสนใจ พิชชา เห็นรูปถ่ายคู่กันของพาทินและอรอินทุ์ที่วางอยู่บนโต๊ะ เธอหยิบมันขึ้นมาดู ใช้มือเช็ดคราบฝุ่นที่อยู่บนกรอบกระจก พาทิน ขับรถมาส่งที่หน้าโรงแรม อรอินทุ์ ยังคงไม่ยอมลงจากรถ เธอนั่งอ้อยอิ่งจนเขาทัก แต่ พาทิน พูดขึ้นว่า ไม่อยากทิ้งให้ พิชชา อยู่คนเดียว อรอินทุ์จึงนึกขึ้นได้ว่าแถวนั้นเปลี่ยว เธอจึงร่ำลาและรีบออกจากรถกลับเข้าบ้าน จากนั้น พาทิน ก็รีบกลับมาที่สตู เขายืนมองอยู่ที่ลานระเบียงชั้นบน เห็นไฟวอมแวมข้างในห้องพักพิชชา เขาไม่แน่ใจว่าเธอหลับไปรึยัง จึงเดินมาเคาะประตู พิชชานั่งอยู่ที่โต๊ะ ได้ยินเสียง เธอออกไปเปิดประตู และถามว่า “พี่มีอะไรเหรอคะ” พาทินส่ายหน้าปฏิเสธ “กลัวว่าเธอจะหลับไปก่อนที่พี่จะกลับมานะสิ แค่อยากมาบอกราตรีสวัสดิ์กับเธอ” พิชชา ยิ้มดีใจ และบอกว่า “พี่คะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ” พาทิน ยิ้มให้ก่อนเดินจากไป พิชชา ปิดประตูห้อง เธอยืนที่หน้าต่างมองพาทินเดินไป

สายวันต่อมา สไลด์ฉายภาพประกอบคำบรรยายวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะปรากฏบนจอ จิราพัชร เดินเข้ามาท่ามกลางความมีดในห้อง เขานั่งฟังพาทินบรรยายวิชา พาทิน เปิดไฟในห้องสว่าง หลังบรรยายจบ เขาสั่งงานนักศึกษา เสร็จแล้วนักศึกษาทยอยออกจากห้องบรรยาย พาทิน หันไปเก็บตำราเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะ เขาหันไปเห็น จิราพัชร ที่นั่งส่งยิ้มมาให้ ทั้งคู่เดินออกมาจากห้องบรรยาย เดินไปคุยไป พาทิน ชวน จิราพัชไปเที่ยวบ้านเก่าในวันอาทิตย์ ขณะที่ จิราพัชร ถามถึง พิชชา พร้อมกับ ขอร้องให้ พาทิน ช่วยพูดกับ พิชชา ให้ยอมคบกับตนเอง แต่ พาทิน ปฏิเสธทันควัน! ทว่า จิราพัชร ยังไม่ยอม พร้อมกับบอกว่า “กูเจอเธอก่อนนะเพื่อน ใครมาก่อนได้ก่อนนะ” แล้วก็รีบเดินจ้ำออกไป หลังจากนั้น จิราพัชร ก็รีบมาหา พิชชา และบอกว่า เธอสามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติแล้ว พิชชา ดีใจมาก จิราพัชร เห็น พิชชา ดีใจ เขาก็รู้สึกมีความสุข เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน พร้อมกับขอให้ พิชชา เลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทน พิชชา ก็ตอบตกลงด้วยความเต็มใจ 

​เช้าวันต่อมา พิชชา สวมชุดฟอร์มเข้ามาทำงานเหมือนปกติ เธอทักเพื่อนพนักงานคนอื่นๆ เพื่อนแม่บ้านไม่ได้ทักตอบ พิชชา รู้สึกมีบางอย่างเปลี่ยนไป แต่ไม่ได้ติดใจอะไร พิชชา เข็นรถอุปกรณ์แม่บ้านไปตามทาง กิ่งเทียน วิ่งเข้ามาทักด้วยความดีใจ ทั้งคู่พูดคุยกันด้วยความคิดถึง พิชชา ถามขึ้นว่า ทำไมทุกคนดูแปลกๆ? กิ่งเทียน จึงบอกว่า เพื่อนพนักงานคนอื่นๆกลัวพิชชา เพราะว่า พิชชา ทำให้ หัวหน้าแผนกโดนเด้ง ถูกย้ายไปคุมห้องอุปกรณ์สันทนาการที่สระว่ายน้ำ พิชชา ตกใจมาก จากนั้น กิ่งเทียน เล่าต่อว่า เป็นเพราะ ผู้บริหารคนใหม่ที่สนิทกับพิชชา และเป็นคนเอาแต่ใจ ทีื่สั่งย้าย พาณี พร้อมกับบอกว่า ผู้บริหารคนนั้น คือ จิราพัชร ! พอฟังชื่อ พิชชา ถึงกับอึ้งไป หลังจากนั้น พิชชา เข้ามาที่ห้องจิราพัชร เธอยืนด้วยท่าทางแบบพนักงาน จิราพัชร นั่งอยู่บนโซฟาดูเขาเซ็งๆ พิชชา จึงถามถึงเหตุผลที่ พาณี ถูกย้ายไปแผนกอื่น จิราพัชร จึงตอบว่า “คุณจะใส่ใจเขาทำไม ทีเขาเองยังไม่สนใจเหตุผลของคุณเลย คุณถูกเขาไล่ออกไม่ใช่เหรอ” พิชชา นิ่งคิดและตอบกลับไปว่า “ในสายตาของเขา ดิฉันทำผิดระเบียบ ทำให้ชื่อเสียงโรงแรมเสียหายจริงๆ แล้วมันเป็นความเข้าใจผิด แต่มันเป็นก็เป็นหน้าที่ของเขาที่จะทำแบบนั้นไม่ใช่เหรอคะ” จิราพัชร ยิ้มเยาะ และบอกว่า “ช่างเป็นแม่พระซะจริงนะ” พิชชา จึงพูดขึ้นว่า “ฉันอยากกลับมาทำงาน เพื่อจะได้ใช้ชีวิตโดยไม่ต้องพึ่งใคร คุณไม่คิดเหรอว่าเธอก็คิดแบบดิฉันเหมือนกัน” จิราพัชร ถึงกับพูดไม่ออก ยอมจำนนต่อเหตุผล พิชชา พูดต่อว่า “อย่าโทษคนอื่นเลยค่ะ ฉันพอจะรู้นิสัยคนอย่างพวกคุณ สนใจแต่ตัวเอง ใครจะเดือดร้อน คุณไม่คิดจะใส่ใจอยู่แล้ว” จากนั้นเธอก็ขอตัวออกไป แต่ จิราพัชร กลับพูดขึ้นมาว่า “ใครบอกว่าผมไม่สน ไม่ใส่ใจใคร คุณอย่ามาตัดสินผมง่ายๆ แบบนั้น ที่เรื่องมันเป็นแบบนี้ เพราะผมชอบคุณ”...


เรื่องย่อ รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 7-8

ชมย้อนหลังแบบ Full HD ตอนที่ 7    ชมย้อนหลังแบบ Full HD ตอนที่ 8


เรื่องย่อ รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 9-10

ชมย้อนหลังแบบ Full HD ตอนที่ 9    ชมย้อนหลังแบบ Full HD ตอนที่ 10

 

เรื่องย่อ รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 11-12

ชมย้อนหลังแบบ Full HD ตอนที่ 11   ชมย้อนหลังแบบ Full HD ตอนที่ 12

 

เรื่องย่อ รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 13-14

ชมย้อนหลังแบบ Full HD ตอนที่ 13  ชมย้อนหลังแบบ Full HD ตอนที่ 14

 

เรื่องย่อ รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 15-16

ชมย้อนหลังแบบ Full HD ตอนที่ 15  ชมย้อนหลังแบบ Full HD ตอนที่ 16

 

เรื่องย่อ รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 17-18

ชมย้อนหลังแบบ Full HD ตอนที่ 17  ชมย้อนหลังแบบ Full HD ตอนที่ 18


เรื่องย่อ รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนจบ


 

 

ชมย้อนหลัง รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ : Autumn In My Heart ตอนที่ 1 และ 2 ฟรีที่นี่

ชมย้อนหลัง รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ : Autumn In My Heart ทุกตอนแบบ Full HD จาก Digital RAMA ได้ที่นี่


 

NEWS

Click ชม เปิดตัวยิ่งใหญ่ ซีรีส์ วุ่นนัก รักเต็มบ้าน Full House เวอร์ชั่นไทย ทุ่มทุนถ่ายทำไกลถึงเกาหลี!

Click ชมตัวอย่าง และเรื่องย่อ Autumn In My Heart เวอร์ชั่นไทย "รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์"

Click ชมภาพและคลิปงานแถลงข่าว รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ 

Click ชม เปิดตัว MV เพลง พี่ชายที่แสนดี สุดซาบซึ้ง Autumn In My Heart รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ เวอร์ชั่นไทย

Click อ่าน TrueAsianSeries เปิดตัวนักแสดงหลัก “Autumn in my heart : รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์”

Click อ่าน อนันดา คว้า ติ๊ก เจษฎาภรณ์ รับบทพระเอกใน “Autumn in My Heart”

 

 

อัพเดทข่าวทีวี มูฟวี่ ได้อีกช่องทางที่
FB : TrueMovie App : True Movie
ข่าวยอดนิยม
ข่าวย้อนหลัง